
แบงก์ชาติ คลอดร่างต่ออายุ LTV อีก 1 ปี ถึงสิ้นมิ.ย.2570 ฟื้นอสังหาฯ
ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ แบงก์ชาติ จัดทำร่างหลักเกณฑ์ฉบับใหม่ ต่ออายุการผ่อนคลายหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือ LTV ออกไปอีก 1 ปี ถึงสิ้นมิ.ย.2570 ฟื้นตลาดอสังหาริมทรัพย์
KEY
POINTS
- ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมยกร่างเพื่อต่ออายุมาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV (สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน) ออกไปอีก 1 ปี
- มาตรการที่ขยายเวลาจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2570
- มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยประคับประคองและฟื้นฟูภาคอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังชะลอตัวและมีอุปทานคงค้างในระดับสูง
- สาระสำคัญคือการคงเพดาน LTV ไว้ที่ 100% สำหรับสินเชื่อบ้านบางประเภท ทำให้สามารถกู้ได้เต็มมูลค่าหลักประกัน
แหล่งข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธปท. ได้จัดทำร่างหลักเกณฑ์การผ่อนคลายหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจเป็นการชั่วคราว หรือ เกณฑ์ LTV ฉบับใหม่ เพื่อต่ออายุมาตรการเดิมออกไปอีกเป็นระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2570
เหตุผลความจำเป็นการผ่อนคลายหลักเกณฑ์ LTV
ทั้งนี้ ธปท. ระบุเหตุผลว่า ปัจจุบันภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงชะลอตัวต่อเนื่องและอุปทานคงค้างยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกันภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามตะวันออกกลางที่กระทบต่อความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ต้นทุนการก่อสร้าง รวมถึงความเชื่อมั่นของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ซึ่งจะเป็นแรงกดดันเพิ่มเติม (Shock) ให้ภาคอสังหาริมทรัพย์สามารถหดตัวได้รุนแรงและกลับมาฟื้นตัวได้ยากมากขึ้น
ดังนั้น ธปท. จึงเห็นสมควรออกประกาศ เรื่อง การผ่อนคลายหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจเป็นการชั่วคราว (เกณฑ์ LTV) เป็นการชั่วคราว อีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2570
ช่วยประคับประคองภาคอสังหา Shock
การดำเนินการครั้งนี้ เพื่อช่วยประคับประคองภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่มีห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เชื่อมโยงกับภาคเศรษฐกิจต่าง ๆ และการจ้างงานเป็นจำนวนมาก ผ่านการบรรเทาปัญหาอุปทานคงค้าง โดยการผ่อนคลายหลักเกณฑ์ในครั้งนี้คาดว่าจะไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินมากนัก เนื่องจากภาวะการเงินตึงตัว สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจระมัดระวังในการให้สินเชื่อ รวมถึงยังไม่พบสัญญาณการเก็งกำไรในภาคอสังหาริมทรัพย์
ขณะเดียวกันเนื่องจากการผ่อนคลายหลักเกณฑ์ LTV ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจะสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และประกาศฉบับนี้เป็นการปรับเพดาน LTV ให้เท่ากับเพดานหลักเกณฑ์ LTV ที่ผ่อนคลายอยู่ในปัจจุบัน
อีกทั้งธปท.พิจารณาแล้วเห็นว่าควรเร่งดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อรองรับความเสี่ยงหรือ Shock ในระยะข้างหน้าจากความไม่สงบในตะวันออกกลางที่จะเกิดขึ้นต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ จนลุกลามไปสู่ภาคเศรษฐกิจจริงได้และยังช่วยดูแลประโยชน์ของประชาชนในการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยตามความจำเป็นผ่านสินเชื่อด้วยวงเงินสูงสุดตามมูลค่าหลักประกันได้ง่ายขึ้น และเกิดความต่อเนื่อง รวมถึงรักษาความเชื่อมั่นให้กับภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ
ที่ผ่านมา ธปท. ได้หารือร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงที่จะได้รับผลกระทบจากการออกประกาศฉบับนี้ ได้แก่ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนและไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมอาคารชุดไทย และชมรมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยซึ่งประกอบด้วยสมาชิกจากธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นด้วย
สาระสำคัญการผ่อนคลายหลักเกณฑ์ LTV
สำหรับสาระสำคัญในการออกหลักเกณฑ์การผ่อนคลายหลักเกณฑ์ LTV ครั้งนี้ ส่วนแรกได้กำหนดให้เพดานอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกันเป็นร้อยละ 100 สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ทั้งกรณี (1) มูลค่าหลักประกันต่ำกว่า 10 ล้านบาท ตั้งแต่สัญญากู้หลังที่ 2 เป็นต้นไป และ (2) มูลค่าหลักประกันตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ตั้งแต่สัญญากู้หลังที่ 1 เป็นต้นไป
โดยการผ่อนคลายนี้ให้เป็นการชั่วคราว สำหรับสัญญาเงินกู้ที่ทำสัญญาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570







