
เงินบาทแกว่ง 32 บาท รับแรงกดดันดอลลาร์แข็ง จับตาสงคราม-ฟันด์โฟลว์
กสิกรไทย-กรุงไทยชี้เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อย เคลื่อนไหวไร้ทิศทางในกรอบ 31.90-32.10 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางแรงหนุนดอลลาร์-ความไม่แน่นอนตะวันออกกลาง
ค่าเงินบาทในช่วงเช้าวันที่ 17 เมษายน 2569 เคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่าเล็กน้อยบริเวณ 32.04-32.06 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดตลาดวันก่อนหน้าที่ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ สะท้อนทิศทางที่ยังไร้แรงส่งใหม่และเคลื่อนไหวสอดคล้องกับสกุลเงินเอเชียอื่นที่ยังเผชิญแรงกดดันจากเงินดอลลาร์ที่ทยอยแข็งค่ากลับมา
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า แม้จะมีปัจจัยบวกจากข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 10 วันระหว่างอิสราเอลและเลบานอน แต่ตลาดยังคงรอความชัดเจนของการเจรจารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดีกว่าคาด โดยเฉพาะตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ลดลง ส่งผลให้เงินดอลลาร์ยังมีแรงหนุน
ในทิศทางเดียวกัน นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai Global Markets ธนาคารกรุงไทย ประเมินว่า ค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways ใกล้ระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์ โดยผู้เล่นในตลาดยังคงรอปัจจัยใหม่ โดยเฉพาะพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนสูง
แม้ข่าวการหยุดยิงจะช่วยสร้างความหวังว่าความขัดแย้งอาจไม่ลุกลามเป็นสงครามระดับภูมิภาค แต่ตลาดยังไม่เปิดรับความเสี่ยงเต็มที่ ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของค่าเงินและสินทรัพย์ต่าง ๆ ยังอยู่ในลักษณะ “ระวังตัว”
ในภาพรวมตลาดการเงินโลก ตลาดหุ้นสหรัฐยังคงปรับตัวขึ้นได้เล็กน้อย จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับขึ้นสู่ระดับ 4.31% ท่ามกลางมุมมองของตลาดที่ยังไม่แน่ชัดต่อทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)
ด้านค่าเงินดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways เช่นเดียวกัน โดยดัชนี DXY อยู่บริเวณ 98.2 จุด ขณะที่ราคาทองคำยังทรงตัวในระดับสูงใกล้ 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้เผชิญแรงขายบางส่วนจากบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยง
สำหรับแนวโน้มระยะสั้น นักวิเคราะห์มองตรงกันว่าเงินบาทยังเผชิญ “Two-Way Risk” โดยมีโอกาสแข็งค่าขึ้นอย่างจำกัด หากการเจรจาหยุดยิงมีความคืบหน้า โดยมีแนวรับสำคัญที่ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ และถัดไปที่ 31.75-31.85 บาทต่อดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายในอย่างฤดูกาลจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า อาจเป็นแรงกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าเพิ่มเติม จากกระแสเงินทุนไหลออก ซึ่งในอดีตพบว่าสามารถกดค่าเงินบาทได้ราว 1-4%
ในทางกลับกัน หากสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เงินบาทมีความเสี่ยงอ่อนค่าทดสอบแนวต้าน 32.30-32.50 บาทต่อดอลลาร์ และอาจอ่อนค่าไปถึงระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ได้
ภาพรวมสะท้อนว่า ค่าเงินบาทยังอยู่ในช่วง “ตั้งหลัก” ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ ทิศทางดอกเบี้ยโลก และฟันด์โฟลว์ระยะสั้น ทำให้การเคลื่อนไหวยังไร้ทิศทางชัดเจน และมีแนวโน้มผันผวนสูงต่อเนื่องในระยะนี้







