thansettakij
thansettakij
ฮอร์มุซป่วนตลาดเงิน บาทผันผวนแรง แกว่งตัว 31.50-32.50 บาท

ฮอร์มุซป่วนตลาดเงิน บาทผันผวนแรง แกว่งตัว 31.50-32.50 บาท

20 เม.ย. 69 | 05:06 น.
อัปเดตล่าสุด :20 เม.ย. 69 | 05:06 น.

เงินบาทอ่อนค่าสลับแข็ง รับแรงกดดันน้ำมัน-สงครามตะวันออกกลาง กรุงไทยชี้เสี่ยง Two-Way Risk จับตาเงินปันผลต่างชาติปลายเดือน

ค่าเงินบาทกลับมาเคลื่อนไหวผันผวนอีกครั้ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยเปิดตลาดเช้าวันนี้ (20 เม.ย.) อยู่ที่ระดับประมาณ 32.04-32.06 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือนที่ 31.73 บาทต่อดอลลาร์ในตลาดออฟชอร์

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า การอ่อนค่าของเงินบาทสอดคล้องกับทิศทางค่าเงินเอเชีย โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเงินดอลลาร์ตามราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความกังวลต่อการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนก่อนเส้นตายข้อตกลงหยุดยิง

ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซที่กลับมาอีกครั้ง ได้เพิ่มแรงกดดันต่อค่าเงิน รวมถึงการปรับตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลก ซึ่งเป็นอีกปัจจัยลบต่อเงินบาท

ด้านนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ที่กว้าง โดยมีช่วงที่แข็งค่าทดสอบระดับ 31.75 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนจะกลับมาอ่อนค่าเหนือระดับ 32.00 บาทอีกครั้ง

แรงเหวี่ยงของค่าเงินในระยะสั้นสะท้อนความไม่แน่นอนสูงของตลาด โดยเฉพาะท่าทีของอิหร่านต่อการเปิด-ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันและค่าเงินดอลลาร์

ในภาพรวม ตลาดการเงินยังคงอยู่ในภาวะ “รับความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง” โดยมีแรงหนุนจากความหวังว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางอาจคลี่คลายในระยะต่อไป แต่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ค่าเงินบาทยังมีความเสี่ยงเคลื่อนไหวแบบ Two-Way Risk หรือแกว่งได้ทั้งสองทิศทาง โดยขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวในสัปดาห์นี้ คาดว่าเงินบาทจะอยู่ในช่วง 31.50-32.50 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่กรอบระยะสั้นใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 31.85-32.15 บาทต่อดอลลาร์

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา คือ กระแสเงินทุนต่างชาติ โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคม ซึ่งจะมีธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติราว 1 แสนล้านบาท ซึ่งอาจกดดันเงินบาทให้อ่อนค่าลงเพิ่มเติม 1-4%