thansettakij
thansettakij
เงินบาทผันผวนอ่อนค่าทดสอบ 32.60 บาท/ดอลลาร์ รับแรงกดดันภูมิรัฐศาสตร์-ตลาดรอผลกนง.

เงินบาทผันผวนอ่อนค่าทดสอบ 32.60 บาท/ดอลลาร์ รับแรงกดดันภูมิรัฐศาสตร์-ตลาดรอผลกนง.

29 เม.ย. 69 | 05:58 น.
อัปเดตล่าสุด :29 เม.ย. 69 | 06:04 น.

ค่าเงินบาทอ่อนค่าทำระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ท่ามกลางแรงหนุนเงินดอลลาร์และความไม่แน่นอนตะวันออกกลาง ขณะตลาดจับตาผลประชุม กนง. และธนาคารกลางสหรัฐ ทิศทางระยะสั้นยังผันผวนสูง

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัย กสิกรไทย จำกัดเปิดเผยว่า เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 สัปดาห์ที่ 32.62 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้านี้ สอดคล้องกับทิศทางที่อ่อนค่าของเงินหยวนและสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่ยังมีแรงหนุนจากท่ามกลางความกังวลต่อความไม่แน่นอนของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัย กสิกรไทย จำกัด

นอกจากนี้ เงินบาทยังขาดปัจจัยบวกเนื่องจากอยู่ในช่วงที่ตลาดรอติดตามผลการประชุม กนง. ในช่วงบ่ายวันนี้  ประกอบกับอาจมีแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ เข้ามาเพิ่มเติมในช่วงที่มีการจ่ายเงินปันผลด้วยเช่นกัน 

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 32.40-32.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุม กนง. ผลการประชุมเฟด สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ  ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมี.ค.

 

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทยกล่าวว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.48 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.52 บาทต่อดอลลาร์ โดยภาพรวมยังเคลื่อนไหวในลักษณะไร้ทิศทางที่ชัดเจน หรือ Sideways ในกรอบแถว 32.47–32.57 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจากผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่ยังคงรอติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (FED)

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

ทั้งนี้ บรรยากาศในตลาดการเงินโลกยังคงผันผวน โดยเงินดอลลาร์เผชิญแรงกดดันบางส่วนจากความกังวลต่อแนวโน้มธุรกิจเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่ม AI ที่เริ่มถูกตั้งคำถามด้านความคุ้มค่าการลงทุน ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลง อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดีกว่าคาด โดยเฉพาะดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับเพิ่มขึ้น

ในขณะเดียวกัน ราคาทองคำยังสามารถทรงตัวในระดับสูงใกล้ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงซื้อในภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโลก แม้จะเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ซึ่งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางสินทรัพย์การเงินในช่วงนี้

ด้านตลาดทุนสหรัฐยังเผชิญแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่ตลาดยุโรปปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น ส่วนบอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปี เคลื่อนไหวแถว 4.35% โดยมีลักษณะผันผวนสองทิศทางตามปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในระยะสั้น นายพูนมองว่า ยังคงเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-way risk โดยมีแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง และกระแสเงินทุนไหลออกจากการจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งอาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าทดสอบแนวต้าน 32.75–33.00 บาทต่อดอลลาร์ได้

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย อาจช่วยหนุนให้เงินบาทแข็งค่ากลับได้บ้าง แต่จะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากตลาดยังรอความชัดเจนของทิศทางนโยบายการเงินโลกและปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ

ทั้งนี้ กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.30–32.75 บาทต่อดอลลาร์ โดยนักลงทุนควรระวังความผันผวนที่อาจเพิ่มขึ้นจากผลการประชุม FED และพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางค่าเงินในระยะนี้