
กูรูชี้ SETผันผวน 1,420–1,470 จุด สงครามยืดเยื้อ-น้ำมันสูง กดศก. ชี้เป้า 4 หุ้นยางเด่น
บล.โกลเบล็ก ประเมินหุ้นไทยสัปดาห์นี้ผันผวนกรอบ 1,420-1,470 จุด จากปัจจัยกดดันสงครามตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น แนะกลยุทธ์เก็งกำไรหุ้นกลุ่มยางพารา รับอานิสงส์ราคายางโลกสูง
KEY
POINTS
- โบรกเกอร์คาดการณ์ดัชนีหุ้นไทย (SET) สัปดาห์นี้จะแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,420-1,470 จุด
- ปัจจัยกดดันหลักมาจากความกังวลสงครามที่ยืดเยื้อและราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
- แนะนำลงทุนใน 4 หุ้นเด่นกลุ่มยางพาราที่ได้รับประโยชน์จากราคายางในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง ได้แก่ STA, NER, TRUBB และ TEGH
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ (27-30 เม.ย.) ว่า มีโอกาสแกว่งตัวผันผวน โดยคาดการณ์กรอบดัชนีไว้ที่ระดับ 1,420-1,470 จุด สาเหตุหลักมาจากสัญญาณที่บ่งชี้ว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านยังคงชะงักงัน
ส่งผลทำให้นักลงทุนกังวลว่าสงครามจะยืดเยื้อยาวนานและส่งผลกระทบต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ประกอบกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันต้นทุนพลังงานในวงกว้าง
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ที่สะท้อนผ่านดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นเดือนเมษายน ซึ่งปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.0 เป็นสถิติสูงสุดในรอบ 3 เดือน ส่วนความเคลื่อนไหวในประเทศ กระทรวงการคลังกำลังอยู่ระหว่างพิจารณาออก พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท เพื่อรองรับวิกฤตเร่งด่วน
โดยคาดว่าจะดำเนินการได้ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม 2569 ซึ่งยังคงยึดกรอบวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด ปัจจุบันหนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ 66% ของ GDP ทำให้รัฐบาลยังมีช่องว่างในการบริหารจัดการอีกเกือบ 8 แสนล้านบาทก่อนที่จะชนเพดาน 70%
ขณะเดียวกันสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ก็ยังมีประเด็นที่สร้างความกังวลเพิ่มเติม เนื่องจากผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะยังคงตรึงกำลังปิดล้อมท่าเรืออิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าจะบรรลุข้อตกลงร่วมกัน ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงว่ากองกำลังได้เข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันที่เชื่อมโยงกับอิหร่านในมหาสมุทรอินเดีย
ด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ เองก็มีตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้นแตะระดับ 214,000 ราย สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ สำหรับผลกระทบในไทย สสว. รายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่น SME ในเดือนมีนาคมลดลงจากภาระต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น และประเมินว่าหากสงครามยืดเยื้อ ธุรกิจ SME กว่า 80% จะอยู่รอดได้ไม่เกิน 6 เดือนเนื่องจากมีสายป่านที่จำกัด
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.00% ต่อปีในการประชุมวันที่ 29 เมษายนที่จะถึงนี้ เพื่อประเมินผลกระทบจาก สถานการณ์โลกอย่างรอบด้าน ซึ่งเป็นท่าทีเดียวกับ ธนาคารกลางหลักหลายแห่งทั่วโลก
สำหรับปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงสัปดาห์นี้ ในประเทศจะมีการแถลง ยอดผลิตและ ส่งออกยานยนต์จาก ส.อ.ท. ในวันที่ 27 เมษายน รวมถึงการประชุมกนง. เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย นโยบายในวันที่ 29 เมษายน และการรายงานภาวะเศรษฐกิจ จากธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังในช่วงปลายเดือน รวมถึงการทยอยรายงานงบการเงิน ในช่วงไตรมาสแรกของบริษัทจดทะเบียน (บจ.)
ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ต้องจับตา ได้แก่ การรายงานกำไรภาคอุตสาหกรรมของจีน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ และยุโรป รวมถึงการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันที่ 28 เมษายน และไฮไลต์สำคัญที่สุดคือ การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในวันที่ 28-29 เมษายน ซึ่งตลาดจะทราบผลการตัดสินใจ เรื่องอัตราดอกเบี้ยในช่วงเช้าของวันที่ 30 เมษายนนี้
ด้าน นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์การลงทุนนั้น ทางฝ่ายแนะนำการลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวก โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจยางพาราที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากราคายางพาราในตลาดโลกที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ได้แก่ STA, NER, TRUBB และ TEGH เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในช่วงสัปดาห์นี้







