thansettakij
thansettakij
ตลาดชินสงคราม น้ำมันผันผวน ดันเงินเฟ้อ Q2 พุ่ง 5.78% กดดันนโยบายดอกเบี้ย-กำไร บจ.

ตลาดชินสงคราม น้ำมันผันผวน ดันเงินเฟ้อ Q2 พุ่ง 5.78% กดดันนโยบายดอกเบี้ย-กำไร บจ.

20 เม.ย. 69 | 08:33 น.
อัปเดตล่าสุด :20 เม.ย. 69 | 08:33 น.

โบรกชี้สงครามยืดเยื้อ ดันน้ำมันผันผวนไม่หยุด แม้ตลาดลดความตื่นตระหนก แต่เงินเฟ้อไทยไตรมาส 2 เสี่ยงทะลุกรอบเป้าหมายกดดัน กนง.ตัดสินใจยาก แนะจับตากำไร บจ. พร้อมวางกลยุทธ์เก็งรีบาวด์ระยะสั้นเลือกหุ้นฟื้นตัว

KEY

POINTS

  • ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกมีความผันผวนสูงและแกว่งตัวรุนแรง
  • กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่าหากราคาน้ำมันพุ่งสูงต่อเนื่อง 3 เดือน จะผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 พุ่งขึ้นสูงสุดถึง 5.78%
  • ภาวะเงินเฟ้อที่สูงเกินเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย (1-3%) สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. และอาจกระทบต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียน

นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดภาพรวมการลงทุนว่า ตลาดหุ้นเริ่มมีภาวะ "ชินชา" กับประเด็นสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อ โดยทิศทางราคาน้ำมันดิบโลกยังคงแกว่งตัว (SWING) ผันผวนตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

แม้เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบ BRENT จะร่วงลงมาแตะระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์สัญจรได้เต็มรูปแบบ ผสานกับท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่าข้อตกลงใกล้จะได้ข้อสรุป แต่ล่าสุดเช้าวันนี้สถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง

และทำให้ราคาน้ำมัน BRENT ดีดตัวพุ่งขึ้นถึง 6.7% ปัจจัยหลักมาจากการที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ สกัดกั้นและยึดเรือที่ติดธงอิหร่านในอ่าวโอมาน ขณะเดียวกัน อิหร่านได้ส่งสัญญาณว่าอาจไม่เข้าร่วมการเจรจารอบที่ 2 ที่ประเทศปากีสถานในสัปดาห์นี้

ส่งผลให้ประธานาธิบดีทรัมป์กลับมาขู่แข็งกร้าวว่า จะทำลายโรงไฟฟ้าและสะพานทุกแห่งในอิหร่านหากการเจรจาล้มเหลว อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจจาก POLYMARKET ยังคงให้น้ำหนักเกิน 80% ว่าทั้งสองประเทศจะสามารถจัดประชุมทางการทูตได้ภายในวันที่ 30 เม.ย. นี้ ซึ่งหากเจรจาสำเร็จจะเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาน้ำมันร่วงลงและหนุนตลาดหุ้นดีดตัว

เงินเฟ้อQ2 พุ่งปรี๊ด 5.78% บีบ กนง.

สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศไทย มองว่าแม้ราคาน้ำมันดิบโลกจะปรับตัวลงมาบ้าง แต่ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดยน้ำมันไฮดีเซล S อยู่ที่ 42.90 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.45 บาทต่อลิตร ซึ่งการที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นนี้ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนค่าครองชีพที่แพงขึ้น

ทั้งนี้ ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ประเมินแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในปี 2569 แบ่งเป็น 2 กรณี ประกอบด้วย

  1. กรณีราคาน้ำมันพุ่งสูงต่อเนื่อง 2 เดือน (เม.ย.-พ.ค.) : คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 1.50 - 2.50% โดยในช่วงไตรมาสที่ 2 จะเป็นจุดที่เงินเฟ้อพุ่งสูงสุดถึง 3.67%
  2. กรณีราคาน้ำมันพุ่งสูงต่อเนื่อง 3 เดือน (เม.ย.-มิ.ย.) : คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 2.50 - 3.50% โดยไตรมาสที่ 2 เงินเฟ้อจะพุ่งสูงถึง 5.78%

ดังนั้น สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นแรงกดดันอย่างหนักต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เนื่องจากเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อยู่ที่ 1-3% ซึ่งการประเมินทั้ง 2 กรณีชี้ให้เห็นว่าเงินเฟ้อในไตรมาส 2 จะทะลุเป้าหมายไปมาก

ปัจจัยนี้ทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ตัดสินใจได้ยากลำบาก เพราะหากปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อก็อาจซ้ำเติมเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง แต่หากคงดอกเบี้ยต่ำเกินไปก็อาจคุมเงินเฟ้อไม่อยู่

ชู 12 หุ้นเด่นรอฟื้นตัว หลังสงครามสงบ

ในแง่ของกลยุทธ์การลงทุน ประเมินว่าตลาดหุ้นเริ่มมีแรงหนุนจากการ Cover Short ช่วยให้ดัชนีฟื้นตัวได้เร็วในช่วงสั้น (สะท้อนจาก Put/Call Ratio ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ลดลงจาก 0.95 มาเหลือ 0.65) แต่ระยะถัดไปนักลงทุนต้องจับตาการส่งผ่านของเงินเฟ้อที่อาจกระทบต่อเศรษฐกิจและกำไรของบริษัทจดทะเบียน

ฝ่ายวิจัยฯ แนะนำให้สะสม หุ้นที่จะปรับตัวขึ้นได้ดีในช่วงที่ราคาน้ำมันย่อตัวลงและสถานการณ์สงครามนิ่งขึ้น (อ้างอิงจากสถิติหลังสงครามผ่อนคลาย 1.5 เดือน ในปี 2564) ได้แก่ PR9, DELTA, TFG, BGRIM, BDMS, EGCO, BBL, SCC, CBG, BH, BCH และ AOT โดยกำหนดให้หุ้น SJWD, ICHI และ PR9 เป็น Prime Picks ประจำวัน