
กรุงศรีโชว์กำไรโต 14% สวนทางดอกเบี้ยขาลง เร่งตั้งสำรองรับเศรษฐกิจเสี่ยง
ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา รายงานกำไรไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 8,618 ล้านบาท โต 14.4% จากรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม แม้สินเชื่อในประเทศชะลอ พร้อมตั้งสำรองรับเศรษฐกิจผันผวน
ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา (BAY ) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 8,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง
แรงหนุนหลักมาจากการปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อและการรวมงบการเงินของธุรกิจในเครือ ซึ่งช่วยยกระดับอัตราผลตอบแทนเงินให้สินเชื่อ ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้น 18.4% จากกิจกรรมธุรกิจที่ขยายตัว ทั้งในธนาคารและบริษัทลูก
อย่างไรก็ดี ภาพรวมสินเชื่อรวมปรับลดลง 1.2% จากปลายปี 2568 จากการชำระคืนสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล และอุปสงค์ในประเทศที่ยังอ่อนแอ ขณะที่ธุรกิจในอาเซียนยังเติบโต 2.5% ช่วยชดเชยแรงกดดันในประเทศ
ด้านโครงสร้างเงินฝาก ธนาคารปรับพอร์ตเพื่อลดต้นทุน โดยลดสัดส่วนเงินฝากประจำ และเพิ่มเงินฝากประเภท CASA ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น สอดคล้องกับทิศทางดอกเบี้ยขาลง
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับเพิ่มเป็น 4.61% จาก 4.10% ในปีก่อน สะท้อนการบริหารสินทรัพย์และหนี้สินที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) ปรับดีขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 45.2%
ในด้านคุณภาพสินทรัพย์ อัตราส่วน NPL อยู่ที่ 3.34% ขณะที่ Coverage ratio อยู่ที่ 132.3% โดยธนาคารได้ตั้งสำรองเชิงรุกเพิ่มเติม เพื่อรองรับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจมหภาคและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่แน่นอน
นายเคนอิจิ ยามาโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา (BAY ) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นโยบายการค้าของสหรัฐฯ และข้อจำกัดด้านการคลัง รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น หนี้ครัวเรือนสูง ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงต่อการเติบโตในระยะถัดไป
ทั้งนี้ ธนาคารประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเติบโตในกรอบ 1.5-1.7% พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์บริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และตั้งสำรองเชิงรุก (Management Overlays) เพื่อรองรับความไม่แน่นอนในอนาคต







