
ส่งออกรถไทยสะเทือน ตะวันออกกลางเสี่ยงหด 7.5% จีนรุกหนักแซงตลาด
ตลาดส่งออกรถไทยไปตะวันออกกลางปี 2569 เสี่ยงหด 7.5% เหลือ 1.85 แสนคัน จากสงครามแถมเจอแข่งขันหนักจากรถจีน ปี 2568 โตแรง 45% ขณะที่ไทยโตเพียง 2% สะท้อนความเสี่ยงแข่งขันโลก
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ตลาดส่งออกรถยนต์ไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดหลักที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ แต่กำลังถูกกระทบจากทั้งปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ในปี 2568 ตลาดตะวันออกกลางยังคงเป็นตลาดส่งออกรถยนต์อันดับ 3 ของไทย โดยมีสัดส่วน 21% รองจากตลาดเอเชีย ( 28%) และโอเชียเนีย ( 27%) ขณะที่ยอดส่งออกรถยนต์รวมของไทยอยู่ที่ 935,750 คัน
เมื่อพิจารณาโครงสร้างการส่งออกไปยังตะวันออกกลาง พบว่า รถปิกอัพยังคงเป็นสินค้าหลัก โดยมียอดส่งออก 114,644 คัน รองลงมาเป็นรถยนต์นั่ง 63,198 คัน และรถยนต์อเนกประสงค์ (PPV) 22,159 คัน สะท้อนบทบาทของไทยในฐานะฐานการผลิตรถยนต์เชิงพาณิชย์เพื่อการส่งออก
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดกำลังเผชิญแรงกระแทกจากสถานการณ์ความไม่สงบในอิหร่าน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความต้องการซื้อและการขนส่งในภูมิภาค โดยเฉพาะรถปิกอัพที่ถูกกระทบมากที่สุด ทำให้การส่งออกชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน ไทยยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะจากจีนที่เร่งขยายตลาดในตะวันออกกลางอย่างก้าวกระโดด โดยมูลค่าการส่งออกรถยนต์จากจีนเพิ่มขึ้นถึง 45% จาก 14,398 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 เป็น 20,921 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568
ในทางตรงกันข้าม มูลค่าการส่งออกของไทยในตลาดเดียวกันขยายตัวเพียง 2% จาก 3,602 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 3,685 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงแรงกดดันด้านความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น
สำหรับแนวโน้มในปี 2569 ประเมินว่า การส่งออกรถยนต์ไทยไปยังตะวันออกกลางมีความเสี่ยงหดตัว 7.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยยอดส่งออกอาจลดลงเหลือประมาณ 185,000 คัน ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของตลาดส่งออกไทย






