thansettakij
thansettakij
จับตาพฤติกรรมกักตุน พลังงานงัดมาตรการคุมเข้มตลาดน้ำมัน

จับตาพฤติกรรมกักตุน พลังงานงัดมาตรการคุมเข้มตลาดน้ำมัน

24 มี.ค. 69 | 08:27 น.
อัปเดตล่าสุด :24 มี.ค. 69 | 08:27 น.

พลังงานจับตาพฤติกรรมกักตุน งัดมาตรการคุมเข้มตลาดน้ำมัน เดินหน้าบังคับใช้กฎหมาย ลงดาบผู้ค้าน้ำมันไม่ส่งข้อมูลตามคำสั่งนายกฯ

KEY

POINTS

  • ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นผิดปกติจนเกินกำลังการผลิต ทำให้ต้องนำน้ำมันสำรองออกมาใช้และเกิดภาวะขาดแคลนในบางพื้นที่
  • ภาครัฐสั่งคงระดับการสำรองน้ำมันสำเร็จรูปไว้ที่ 1% เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบและลดผลกระทบต่อประชาชน
  • ออกมาตรการคุมเข้มผู้ค้าน้ำมันเพื่อป้องกันการกักตุน โดยบังคับให้รายงานข้อมูลการค้าทุกวัน และห้ามปฏิเสธการจำหน่ายน้ำมันให้กลุ่มภารกิจที่จำเป็น

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า ในภาวะปกติช่วงเดือนมกราคม 2569 ประเทศไทยผลิตน้ำมันดีเซลได้ประมาณ 76 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่มีการใช้อยู่ที่ประมาณ 67 ล้านลิตรต่อวัน ทำให้มีส่วนเกินสำหรับสำรองเก็บไว้ 

แต่ปัจจุบันในช่วงสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางช่วงเดือนมีนาคม แม้จะมีการเพิ่มกำลังการผลิตเป็นประมาณ 80 ล้านลิตรต่อวัน แต่ความต้องการใช้เพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ย 84 ล้านลิตรต่อวัน และบางวันสูงกว่า 100 ล้านลิตรต่อวัน ส่งผลให้ต้องนำสต๊อกน้ำมันที่มีอยู่ออกมาใช้เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

โดยสถานการณ์ปัจจุบันการจัดหาน้ำมันดิบยังสามารถดำเนินการได้เพียงพอต่อความต้องการของโรงกลั่น เพื่อผลิตเป็นน้ำมันสำเร็จรูป โดยมีการกระจายแหล่งนำเข้าจากแหล่งอื่น ๆ และเปลี่ยนเส้นทางการขนส่ง 

แต่ในด้านความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูป พบว่า เพิ่มสูงขึ้นมากอย่างผิดปกติ ส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งและการกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการ ทำให้หลายพื้นที่เกิดภาวะน้ำมันขาดช่วง รัฐบาลจึงได้มีคำสั่งยกเลิกเงื่อนไขการสำรองน้ำมัน น้ำมันสำเร็จรูปที่เดิมจะทยอยเพิ่มเป็น 1.5% ภายในวันที่ 31 มีนาคม และ 3% ภายในวันที่ 30 เมษายน และให้คงระดับสำรองไว้ที่ 1% เพื่อให้มีน้ำมันออกมาสู่ระบบให้มากพออย่างทั่วถึงโดยเร็วที่สุด ลดผลกระทบต่อประชาชน 

ทั้งนี้ เพื่อให้ระบบการการบริหารจัดการน้ำมันมีความโปร่งใส ป้องกันการกักตุน รัฐบาลได้มีคำสั่งให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ต้องติดประกาศราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงหน้าสถานประกอบการ โดยต้องรายงานข้อมูลการค้าให้ ธพ. ทราบทุกวันภายในเวลา 18.00 น. ซึ่งหากผู้ค้าไม่ดำเนินการตามคำสั่งถือว่ามีความผิดและจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ ได้ออกมาตราการห้ามสถานีบริการน้ำมันปฏิเสธการจำหน่ายน้ำมันแก่กลุ่มภารกิจจำเป็นและฉุกเฉิน เช่น รถพยาบาล รถดับเพลิง รถหน่วยงานราชการ รวมถึงกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบอาชีพที่จำเป็น เพื่อให้กลไกพื้นฐานของประเทศดำเนินต่อไปได้