thansettakij
ศูนย์วิจัยกสิกรคาด ‘GDP’ ไทยปี 69 โต 1.6% สุญญากาศการเมืองฉุด

ศูนย์วิจัยกสิกรคาด ‘GDP’ ไทยปี 69 โต 1.6% สุญญากาศการเมืองฉุด

17 ก.พ. 2569 | 02:43 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ก.พ. 2569 | 02:43 น.

ศูนย์วิจัยกสิกรคาดการณ์ GDP ไทยปี 69 โต 1.6% หลังสุญญากาศการเมืองครึ่งปีแรกฉุด หวังทีมเศรษฐกิจชุดใหม่คุมวินัยการคลังดันเศรษฐกิจฟื้น

KEY

POINTS

  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทย (GDP) ในปี 2569 จะขยายตัวที่ 1.6%
  • ปัจจัยหลักที่ฉุดการเติบโตคือภาวะสุญญากาศทางการเมืองในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งทำให้การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ ต้องล่าช้าออกไป
  • การเติบโตช่วงต้นปีมีแนวโน้มชะลอตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากขาดโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ และคาดว่าภาพรวมจะดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังหากจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ

นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยโดยคาดหวังให้ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่เข้ามาสานต่อและผลักดันนโยบาย โดยเฉพาะการควบคุมวินัยด้านการคลัง เพราะก่อนหน้าที่จะมีการยุบสภา รัฐบาลได้ออกแผนการคลังระยะปานกลางออกมา ที่มุ่งลดการขาดดุลงบประมาณให้ต่ำกว่า 3% ภายในปี 2572 

ซึ่งเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่และสามารถเข้าปฏิบัติงานได้เต็มรูปแบบ จึงคาดหวังให้ขับเคลื่อนสิ่งที่ตั้งเป้าเอาไว้ให้เห็นผล 

ทั้งนี้ หน้าตาของทีมเศรษฐกิจคาดว่าพอจะเดาได้ เพราะว่าก็ทำมาตั้งแต่ 4 เดือนแรกก่อนหน้า นอกจากนี้ คิดว่ามาตรการระยะสั้นมีอยู่แล้ว

 

“คาดหวังให้รัฐบาลที่มีอายุการทำงานยาวขึ้นสามารถวางนโยบายที่เห็นผลในระยะกลางถึงยาวได้มากขึ้น”

ส่วนคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 นั้น น่าจะเติบโตที่ 1.6% โดยมีสาเหตุหลักจากเรื่องของฐานปีที่ผ่านมา ประกอบกับเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรกอาจยังเผชิญกับสุญญากาศทางการเมือง เนื่องจากยังไม่ได้มีการจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะในไตรมาสแรก เพราะฉะนั้นการจะทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะออกมาใหม่คงจะต้องดีเลย์ออกไป 

อย่างไรก็ดี หากเปรียบเทียบช่วงไตรมาสแรกปี 2569 กับช่วงไตรมาสแรกปี 2568 จะเห็นได้ว่าปีก่อนหน้ามีโครงการ เช่น โครงการ Easy E-Receipt และโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 2 สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ แต่ว่าในปี 2569 ไตรมาสแรกไม่ได้มีเลยจะทำให้ไตรมาสแรกปีนี้คาดว่าน่าจะโตไม่สูงมากนัก

“หากมีการจัดตั้งรัฐบาลคาดว่าภาพเศรษฐกิจน่าจะดีขึ้น ในช่วงครึ่งปีหลัง โดยอาจจะทยอยเห็นชัดเจนในไตรมาส 3 ไตรมาส 4”

นางสาวณัฐพร กล่าวอีกว่า ในปี 2569 ช่วงก่อนการเลือกตั้ง มองเห็นปัจจัยลบหรือดาวน์ไซด์ที่จะมาจากเรื่องการเมือง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ปัจจัยเสี่ยงก่อนหน้าอาจจะหมดไป หลังผลการเลือกตั้งชัดเจนและคาดว่าจะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ โดยปัจจัยบวกหรืออัปไซด์อาจจะไม่เห็นชัดเจนมากนัก เพราะแม้จะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ แต่นโยบายเศรษฐกิจก็เป็นนโยบายต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า ซึ่งสามารถประเมินทิศทางและมาตรการได้ในระดับหนึ่งแล้วว่าจะมีมาตรการอะไรบ้าง

สำหรับประเด็นวงเงินงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด คาดว่ายังเหลือวงเงินที่จะเอาไปใช้โครงการคนละครึ่งพลัส จากที่จะใช้ในไตรมาส 1 อาจเลื่อนการดำเนินการไปเป็นไตรมาส 2 หรือไตรมาส 3 ขึ้นอยู่กับการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งนี้ ต้องรอประกาศรายละเอียดนโยบายเศรษฐกิจจากรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาทำงานอีกครั้ง