
Krungthai CIO เตือนตลาดโลกผันผวนหนัก แนะถือทอง-ช้อนหุ้นพื้นฐานแกร่ง
Krungthai CIO ชี้ความตึงเครียดตะวันออกกลางกดดันตลาดการเงินโลก หนุนราคาพลังงาน-เงินเฟ้อพุ่ง แนะนักลงทุนปรับพอร์ต เน้น Selective Buy และถือทองคำกระจายความเสี่ยง
Krungthai CIO ประเมินทิศทางตลาดการเงินโลกยังอยู่ในภาวะผันผวนสูง จากแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกเข้าสู่โหมดระมัดระวัง (Risk-off) พร้อมกับแรงกดดันจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อในหลายประเทศ
ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) ระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ระหว่างวันที่ 23-27 มีนาคม 2569 ตลาดการเงินโลกยังมีแนวโน้มเผชิญแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น และความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจ
ภาพรวมตลาดหุ้นโลกในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนแรงกดดันดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง แม้ยังได้รับแรงหนุนเชิงโครงสร้างจากการลงทุนในเทคโนโลยี ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น ส่วนตลาดหุ้นเอเชียเผชิญแรงขายจากทั้งราคาพลังงานและกระแสเงินทุนไหลออก โดยเฉพาะตลาดหุ้นจีนที่ปรับตัวลดลงสอดคล้องกับทิศทางตลาดโลก ภายใต้แรงกดดันจากภาวะ Risk-off ของนักลงทุนต่างชาติ
Krungthai CIO มองว่า ในระยะสั้น นักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน พร้อมบริหารพอร์ตอย่างยืดหยุ่น โดยเน้นการทยอยขายทำกำไรในสินทรัพย์ที่ปรับตัวขึ้นมาแล้ว และรอจังหวะเข้าลงทุนเมื่อราคาปรับฐาน เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัยของการลงทุน (Margin of Safety)
ในเชิงกลยุทธ์ แนะนำให้ใช้แนวทาง Selective Buy โดยคัดเลือกหุ้นในกลุ่มที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโตในระยะกลางถึงยาว โดยยังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม Technology และ Semiconductor ซึ่งได้รับแรงหนุนจากเมกะเทรนด์ด้าน AI ขณะที่ธีม Power Bottleneck ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานพลังงานยังคงเป็นโอกาสเชิงโครงสร้างที่น่าสนใจ
นอกจากนี้ กลุ่ม Healthcare ยังคงเป็นหุ้นลักษณะ Defensive Growth ที่ช่วยสร้างสมดุลให้กับพอร์ตลงทุน ท่ามกลางความผันผวนของตลาด ขณะที่การปรับฐานของตลาดหุ้นจีนในช่วงนี้ อาจเป็นจังหวะสำหรับการทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดีในระยะยาว
Krungthai CIO ยังเน้นย้ำว่า สินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง “ทองคำ” ยังคงมีบทบาทสำคัญในการช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังอยู่ในระดับสูง
สำหรับภาพรวมการลงทุนในระยะนี้ยังคงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีผลต่อทั้งราคาพลังงาน ทิศทางเงินเฟ้อ และนโยบายการเงินของประเทศหลัก ซึ่งล้วนเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางตลาดการเงินโลกในระยะถัดไป






