thansettakij
thansettakij
ระเบิดสนั่น โรงกลั่นน้ำมัน Valero ในเท็กซัส ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา

ระเบิดสนั่น โรงกลั่นน้ำมัน Valero ในเท็กซัส ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา

24 มี.ค. 69 | 05:39 น.
อัปเดตล่าสุด :24 มี.ค. 69 | 05:53 น.

เกิดเหตุระเบิดรุนแรงที่โรงกลั่น Valero ในเท็กซัส แรงสั่นสะเทือนทำดินไหว-บ้านสะเทือน เจ้าหน้าที่สั่งประชาชน "หลบในอาคาร" ทันที จับตากระทบกำลังผลิตน้ำมันมหาศาล ซ้ำเติมวิกฤตพลังงานโลกให้วิกฤตหนัก!

KEY

POINTS

  • เกิดเหตุระเบิดและไฟไหม้รุนแรงที่โรงกลั่นน้ำมัน Valero ในเมืองพอร์ตอาเธอร์ รัฐเท็กซัส ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ
  • เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ และสันนิษฐานว่าสาเหตุอาจมาจากเครื่องทำความร้อนในอุตสาหกรรมขัดข้อง
  • เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำมันในตลาด และอาจทำให้ราคาน้ำมันขายปลีกในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นอีก

วันนี้ (24มี.ค.69) สำนักข่าวต่างประเทศทั้งบลูมเบิร์กและรอยเตอร์ส รายงานจากรัฐเท็กซัส ระบุว่าเกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ขึ้นที่โรงกลั่นน้ำมันของบริษัท Valero Energy ในเมืองพอร์ตอาเธอร์ รัฐเท็กซัส เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2569 (ตามเวลาท้องถิ่น)

ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และแรงระเบิดรุนแรงจนผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงระบุว่ารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนใต้ดินคล้ายแผ่นดินไหว

มาตรการความปลอดภัยและการรับมือ

ทันทีที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยดับเพลิงพอร์ตอาเธอร์ได้รีบเข้าควบคุมสถานการณ์ พร้อมทั้งออกคำสั่งให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง “หลบซ่อนตัวอยู่ภายในอาคาร” (Shelter-in-place) เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงผลกระทบจากควันไฟที่อาจเป็นอันตราย

อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดจากนายอำเภอ Zena Stephens ระบุว่ายังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ และสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากความผิดปกติของเครื่องทำความร้อนในอุตสาหกรรม (Industrial heater)

ผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงาน

โรงกลั่น Valero Port Arthur แห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา โดยมีกำลังการผลิตน้ำมันดิบสูงถึงประมาณ 380,000 - 435,000 บาร์เรลต่อวัน

นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งผลิตน้ำมันดีเซลหมุนเวียนรายใหญ่ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงทางพลังงานของสหรัฐฯ

จับตาราคาน้ำมันโลก

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงานจากสงครามในเอเชียตะวันตก ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัวในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

ผู้เชี่ยวชาญแสดงความกังวลว่า หากโรงกลั่นแห่งนี้ต้องหยุดชะงักการผลิตเป็นเวลานาน จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณน้ำมันในตลาดและอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกพุ่งสูงขึ้นไปอีก ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดและประเมินความเสียหาย เพื่อพิจารณาว่าจะสามารถกลับมาดำเนินการผลิตได้เร็วที่สุดเมื่อใด

 

ที่มา - reuters.com , bloomberg.com