
ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 631 จุด ราคาน้ำมันร่วงหนุน รับทรัมป์เลื่อนโจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่าน
ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งกว่า 631 จุด ราคาน้ำมันร่วงหนุน รับทรัมป์ประกาศเลื่อนโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน ระบุเจรจาเป็นผลดี
KEY
POINTS
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่งขึ้น 631 จุด โดยได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
- ปัจจัยบวกมาจากการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเลื่อนแผนการโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านออกไป
- ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลงกว่า 10% ซึ่งช่วยคลายความกังวลของนักลงทุน
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 600 จุดในวันจันทร์ (23 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ร่วงลง
หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระบว่า ได้สั่งให้กองทัพเลื่อนการโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน หลังมีการเจรจาที่เป็นผลดีระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 46,208.47 จุด เพิ่มขึ้น 631.00 จุด หรือ +1.38%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,581.00 จุด เพิ่มขึ้น 74.52 จุด หรือ +1.15% และ
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,946.76 จุด เพิ่มขึ้น 299.15 จุด หรือ +1.38%
ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันจันทร์ว่า จะชะลอการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปเป็นเวลา 5 วัน ขณะที่สหรัฐฯ กำลังทำการเจรจากับอิหร่าน โดยระบุว่า ตลอดช่วง 2 วันที่ผ่านมา สหรัฐฯ และอิหร่านได้มีการหารือกันอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปอย่างดียิ่ง เกี่ยวกับการยุติความเป็นปรปักษ์ของเราทั้งหมดในตะวันออกกลางโดยสิ้นเชิงและอย่างสมบูรณ์ พร้อมกับกล่าวว่าการเจรจาจะยังคงดำเนินต่อไปตลอดทั้งสัปดาห์
ถ้อยแถลงดังกล่าวของทรัมป์เป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และได้ฉุดราคาน้ำมัน WTI ร่วงลงกว่า 10% แม้ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจาใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ก็ตาม
นักวิเคราะห์จาก Ingalls & Snyder ระบุว่า แม้ขณะนี้ไม่รู้ว่าควรจะเชื่อใคร แต่ดูเหมือนว่าทรัมป์กำลังพยายามเริ่มการเจรจากับใครบางคนในอิหร่านเพื่อยุติสงคราม
ซึ่งแม้ว่าทางอิหร่านจะออกมาปฏิเสธ แต่ความเคลื่อนไหวของทรัมป์ได้ช่วยให้นักลงทุนมีมุมมองบวก และเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แม้ตลาดจะลดช่วงบวกลงบ้างหลังจากอิหร่านได้ออกมาปฏิเสธก็ตาม
หุ้นทั้ง 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยพุ่งขึ้น 2.46% ตามด้วยหุ้นกลุ่มวัสดุปรับตัวขึ้น 1.5%
ส่วนดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกกังวลของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปรับตัวลง 2.3% แตะระดับ 26.15 สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนคลายความวิตกกังวล หลังจากดัชนีพุ่งขึ้น 31.04 ในระหว่างวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์
หุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มธุรกิจเรือสำราญดีดตัวขึ้นหลังจากราคาน้ำมันปรับตัวลง โดยหุ้นสายการบิน Alaska Air และหุ้น United Airlines ต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 4% ขณะที่หุ้นสายการบิน American Airlines พุ่งขึ้น 3.66% ส่วนหุ้นกลุ่มเรือสำราญนั้น หุ้น Norwegian Cruise Line ทะยานขึ้นกว่า 6% ขณะที่หุ้น Carnival Corp และหุ้น Viking Holdings ต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 5%
อย่างไรก็ดี เครื่องมือ FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนลดน้ำหนักในการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. ลงเหลือ 13% จากก่อนหน้านี้ที่ให้น้ำหนักมากกว่า 25%
นอกจากนี้ นักลงทุนยังให้น้ำหนักมากถึง 72% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิมจนถึงสิ้นปีนี้
นักลงทุนจับตาการแสดงความเห็นของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดในสัปดาห์นี้ รวมทั้งรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นเดือนมี.ค.จาก S&P Global, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมี.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน






