
ดีเซลขึ้น 33 บาท/ลิตร หลังต้นทุนพุ่ง กองทุนน้ำมันแบกวันละ 2.4 พันล้าน
กบน.มีมติปรับราคาน้ำมันดีเซลขึึ้นใกล้แตะ 33 บาท/ลิตร หลังต้นทุนพุ่ง กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแบกวันละ 2.4 พันล้าน
KEY
POINTS
- กบน. มีมติปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลเป็น 33 บาทต่อลิตร เพื่อรักษาสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
- สาเหตุหลักมาจากต้นทุนราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
- การปรับราคาครั้งนี้เพื่อลดภาระของกองทุนน้ำมันฯ ที่ต้องชดเชยราคาสูงถึงวันละเกือบ 2,400 ล้านบาท
- อีกเหตุผลสำคัญคือเพื่อลดส่วนต่างราคากับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีราคาสูงกว่า เพื่อป้องกันการลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศ
นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบในการปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซล ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในวันนี้ (24 มีนาคม 2569) จะอยู่ที่ 33 บาทต่อลิตร
โดยการปรับราคาเป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะภายหลังเหตุการณ์โจมตีอิหร่านที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง จาก 92เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล พุ่งสูงถึง 223 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นกว่า 131 เหรียญสหรัฐฯ
ซึ่งคิดเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นถึง 26 บาทต่อลิตร ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องแบกรับภาระชดเชยสูงถึงวันละเกือบ 2,400 ล้านบาท หรือประมาณ 70,000 ล้านบาทต่อเดือน จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับลดภาระเพื่อให้กองทุนฯ ยังคงมีสภาพคล่องในการรักษาเสถียรภาพราคาในระยะยาว
นอกจากปัจจัยด้านต้นทุนแล้ว การปรับขึ้นราคายังมุ่งเน้นการสร้างสมดุลราคาในภูมิภาค เนื่องจากปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียได้ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลจาก 32.40 บาทต่อลิตร (เมื่อวันที่ 16 มีนาคม) ขึ้นไปแตะระดับ 38.70 บาทต่อลิตรแล้ว
การคงราคาในประเทศให้ต่ำเกินไปจะกลายเป็นแรงจูงใจให้เกิดการลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศและการกักตุนเพื่อเก็งกำไร ซึ่งการขยับราคาในครั้งนี้จะช่วยลดปัญหาดังกล่าวและป้องกันไม่ให้ทรัพยากรของประเทศรั่วไหลไปยังกลุ่มผู้หาประโยชน์โดยมิชอบ
”ที่ประชุม กบน. ได้มีมติ และมีความจำเป็นต้องตัดสินใจปรับราคาดีเซลขึ้นสู่ระดับเพดาน 33 บาทต่อลิตร เพื่อบริหารสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันน้ำมันเชื้อเพลิง ให้สามารถพยุงราคาต่อไปได้ท่ามกลางวิกฤตราคาตลาดโลกที่ผันผวนอย่างรุนแรง และที่สำคัญคือเพื่อลดส่วนต่างราคากับประเทศเพื่อนบ้าน ป้องกันการลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศ ซึ่งขณะนี้ทุกประเทศรอบข้างล้วนมีราคาสูงกว่า 33 บาทต่อลิตร หากไม่ปรับตัวตอนนี้ ภาระของกองทุนฯ จะหนักเกินไปจนอาจกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานในอนาคตได้“






