thansettakij
thansettakij
ทิสโก้ชี้ครอบครัวไทยเจอศึกหลายด้าน  ดันแนวคิด Family First รับมือความเสี่ยง

ทิสโก้ชี้ครอบครัวไทยเจอศึกหลายด้าน ดันแนวคิด Family First รับมือความเสี่ยง

17 มี.ค. 2569 | 08:48 น.
อัปเดตล่าสุด :17 มี.ค. 2569 | 08:49 น.

ทิสโก้เตือนครอบครัวไทยเผชิญความเสี่ยงรอบด้านทั้งเศรษฐกิจผันผวน น้ำมันแพง ค่ารักษาสูง ภัยธรรมชาติ และสังคมสูงวัย ชูแนวคิด Family First–3 Save Series สร้างเกราะป้องกันทั้งความฝัน ความเสี่ยง และทรัพย์สิน

ทิสโก้ส่งสัญญาณเตือนครอบครัวไทยให้เร่งเสริมภูมิคุ้มกันทางการเงิน หลังเศรษฐกิจปี 2569 ยังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ค่ารักษาพยาบาลที่เร่งตัว ภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น ไปจนถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว จนทำให้รูปแบบการปกป้องครอบครัวแบบเดิมเริ่มไม่เพียงพออีกต่อไป

นายเมธัส รัตนซ้อน หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มเติบโต 1.8% แม้ยังมีแรงหนุนจากการลงทุนภาคเอกชนในช่วงปลายปีก่อน แต่ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

โดยเฉพาะกรณีอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันมากกว่า 20% ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ต่าง ๆ ปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนและค่าขนส่ง

ทิสโก้ประเมินว่า ทุกการเพิ่มขึ้น 10% ของราคาน้ำมันดิบดูไบจากสมมติฐานเดิมที่ 72 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จะกระทบ GDP ไทยราว 0.3-0.4% ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นประมาณ 0.8% และอาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าแตะ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐเป็นอย่างน้อยในไตรมาส 2

นายเมธัส รัตนซ้อน หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้

หากสถานการณ์ยืดเยื้อรุนแรง เศรษฐกิจไทยปีนี้อาจเติบโตไม่ถึง 1% และเงินบาทอาจอ่อนค่าไปถึง 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

นอกเหนือจากปัจจัยภายนอก ครัวเรือนไทยยังต้องรับแรงกดดันจากความเสี่ยงเชิงโครงสร้างหลายด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด และความเสี่ยงด้านสุขภาพ ซึ่งล้วนบั่นทอนเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว

ทั้งนี้ จากรายงานของธนาคารโลกระบุว่า ไทยอาจสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจ 7-14% ภายในปี 2593 หากไม่สามารถปรับตัวรับมือผลกระทบจากภาวะโลกร้อนได้

ขณะเดียวกัน ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด โดยสัดส่วนผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะ 28% ภายใน 3-4 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่อยู่ราว 22% สวนทางกับอัตราการเกิดที่ลดลงต่อเนื่อง ซึ่งกำลังฉุดศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจลงปีละ 0.5-1% ในช่วง 30 ปีข้างหน้า

ในระดับครัวเรือน ภาระดังกล่าวสะท้อนชัดขึ้น เมื่อผู้สูงอายุจำนวนมากยังต้องพึ่งพาบุตรหลาน และอีกส่วนหนึ่งยังต้องทำงานต่อเพื่อให้มีรายได้เพียงพอ ขณะที่รายจ่ายเฉลี่ยของผู้สูงอายุสูงกว่าเบี้ยยังชีพหลายเท่าตัว ทำให้หลายครอบครัวเริ่มเผชิญความเปราะบางทางการเงินมากขึ้น

ด้านสุขภาพยังเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงหลัก โดยค่ารักษาพยาบาลในไทยเติบโตเฉลี่ย 10.8% ต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก ขณะที่ยังมีคนไทยจำนวนหนึ่งไม่มีประกันสุขภาพ หรือมีความคุ้มครองไม่เพียงพอ ส่งผลให้เมื่อเกิดการเจ็บป่วย หลายครัวเรือนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก และอาจเผชิญภาวะตึงตัวทางการเงินอย่างรุนแรง

ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงที่ซ้อนทับกัน ทิสโก้ จึงเดินหน้าตอกย้ำบทบาท “Your Trusted Financial Advisor” ด้วยแนวคิด “Family First – ครอบครัวเรา…ไม่ธรรมดา” เพื่อยกระดับการคุ้มครองจากการซื้อผลิตภัณฑ์เป็นรายชิ้น ไปสู่การสร้าง “ระบบบริหารความเสี่ยงทั้งครอบครัว” ที่ดูแลครบทั้งสุขภาพ รายได้ ทรัพย์สิน และเป้าหมายระยะยาว

นางกุสุมา ประถมศรีเมฆ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความเสี่ยงยุคใหม่กำลังไหลลงมาถึงระดับครอบครัวอย่างชัดเจน ทั้ง Longevity Risk, Healthcare Inflation, Economic Volatility, Climate & Catastrophe รวมถึง Digital Risk และ AI Disruption ทำให้รูปแบบการปกป้องครอบครัวแบบเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป

นางกุสุมา ประถมศรีเมฆ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

จากข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย ครัวเรือนไทยกว่า 77% ไม่มีเงินออมฉุกเฉินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย 6 เดือน ขณะที่หนี้ครัวเรือนยังทรงตัวในระดับสูงราว 90% ของ GDP ส่งผลให้เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด ความสามารถในการรับมือของหลายครอบครัวอยู่ในภาวะเปราะบางมากขึ้น

เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว ทิสโก้จึงพัฒนา “Family First – 3 Save Series” ซึ่งเปรียบเสมือนระบบคุ้มครองทั้งครอบครัวแบบองค์รวม โดยประกอบด้วย “Save ความฝัน” เพื่อรักษาเป้าหมายสำคัญของครอบครัว เช่น การศึกษาบุตรและแผนเกษียณ “Save ความเสี่ยง” เพื่อปิดจุดเปราะบางจากโรคร้ายแรง อุบัติเหตุ หรือรายได้ที่อาจสะดุด และ “Save ทรัพย์สิน” เพื่อปกป้องบ้าน รถ ของใช้จำเป็น และทรัพย์สินในโลกดิจิทัล

นายโสฬส ศิวะไพบูลย์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายประกันภัยธนกิจ ธนาคารทิสโก้ กล่าวว่า ปัญหาที่พบเป็นประจำคือ หลายครอบครัวมีความคุ้มครองอยู่แล้ว แต่ไม่เพียงพอในจุดที่จำเป็น หรือมีหลายกรมธรรม์แต่ไม่เชื่อมโยงกัน ทำให้เกิดช่องว่างโดยไม่รู้ตัวจนกว่าจะเกิดเหตุจริง

นายโสฬส ศิวะไพบูลย์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายประกันภัยธนกิจ ธนาคารทิสโก้

แนวคิดของทิสโก้จึงไม่ใช่การขายแพ็กเกจสำเร็จรูป แต่เป็นการ “ประกอบเกราะ” ให้เหมาะกับชีวิตของแต่ละครอบครัว ผ่านแนวทาง Personalized Protection และ Open Architecture ที่คัดเลือกผลิตภัณฑ์จากพันธมิตรประกันมากกว่า 15 บริษัท เพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่เหมาะสมที่สุด

ตัวอย่างเช่น คนโสดวัยทำงานควรเริ่มจากเกราะสุขภาพ ความคุ้มครองโรคร้ายแรง และรายได้ทดแทน เพื่อให้ยังสามารถรับมือค่าใช้จ่ายได้แม้ต้องหยุดงาน ขณะที่ครอบครัวกลุ่มแซนด์วิชซึ่งต้องดูแลทั้งลูกเล็กและผู้สูงอายุ ต้องมีระบบป้องกันที่ครอบคลุมทั้งบ้าน ตั้งแต่สุขภาพของผู้หาเลี้ยงหลัก ไปจนถึงแผนการศึกษาของลูกและแผนเกษียณของพ่อแม่

ทิสโก้มองว่า ในโลกที่ความเสี่ยงเกิดพร้อมกันหลายด้าน การปกป้องครอบครัวไม่ควรเป็นเพียงเรื่องของกรมธรรม์หรือเงินออมแยกส่วน แต่ต้องเป็นระบบที่เชื่อมโยงทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อให้ครอบครัวยังยืนหยัดได้ แม้เผชิญเหตุไม่คาดคิดในวันที่เศรษฐกิจและค่าครองชีพกดดันพร้อมกันทั้งระบบ