
บาทอ่อนค่าหลุด 32 บาท จับตา ช่องแคบฮอร์มุซ ปิดตายดันน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์
เงินบาทอ่อนค่าทะลุ 32 บาทต่อดอลลาร์ แตะ 32.21 อ่อนค่าสุดในรอบกว่า 3 เดือน หลังดอลลาร์แข็งค่าและน้ำมันพุ่งจากความตึงเครียดตะวันออกกลาง ตลาดลดคาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ย คาดกรอบวันนี้ 31.90–32.30 บาท
ค่าเงินบาทอ่อนค่าหลุดระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์ แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 3 เดือน ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ช่วงเช้าวันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 08.45 น. เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.10–32.12 บาทต่อดอลลาร์ หลังจากก่อนหน้านี้อ่อนค่าไปแตะระดับ 32.21 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดตลาดวันก่อนหน้าที่ 31.84 บาทต่อดอลลาร์
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ระบุว่า ค่าเงินบาทและสกุลเงินอื่นในเอเชียอ่อนค่าลงตามทิศทางเดียวกัน เนื่องจากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง
โดยเฉพาะกรณีผู้นำสูงสุดของอิหร่านส่งสัญญาณเดินหน้าปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
ขณะเดียวกันราคาน้ำมันในตลาดโลกยังเคลื่อนไหวในระดับสูงต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะต่อไป อีกทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐยังปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังนักลงทุนลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปีนี้
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้าที่ระดับ 32.17 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากระดับปิดก่อนหน้าที่ 31.85 บาท โดยในช่วงคืนที่ผ่านมาเงินบาททยอยอ่อนค่าทะลุแนวต้านสำคัญที่ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น
ความตึงเครียดดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง ขณะเดียวกันข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดีกว่าคาด เช่น ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกที่ลดลงเหลือ 213,000 ราย ทำให้นักลงทุนปรับลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของเฟด โดยล่าสุดตลาดให้น้ำหนักประมาณ 75% ว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยได้เพียงครั้งเดียวในปีนี้
ปัจจัยดังกล่าวหนุนให้บอนด์ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับขึ้นสู่ระดับประมาณ 4.27% ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่อง และกดดันบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก
ในตลาดการเงินโลก บรรยากาศการลงทุนกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง โดยดัชนี S&P500 ปรับลดลง 1.52% และดัชนี Nasdaq ลดลง 1.78% ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวลง 0.61% จากความกังวลต่อเงินเฟ้อและท่าทีการดำเนินนโยบายการเงินที่อาจเข้มงวดขึ้น
ขณะเดียวกันดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นสู่บริเวณใกล้ 100 จุด โดยหากสามารถยืนเหนือระดับ 99.5 จุดได้อย่างชัดเจน อาจมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับ 101 จุดในระยะถัดไป
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท นักวิเคราะห์ประเมินว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าที่ทะลุระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์ อาจเปิดโอกาสให้เงินบาทอ่อนค่าต่อไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 32.20–32.30 บาทต่อดอลลาร์ และหากแรงกดดันยังต่อเนื่องอาจเห็นระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทยังมีความเสี่ยงเคลื่อนไหวแบบ Two-way Risk หรือผันผวนได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยข่าวหรือเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในภูมิภาคดังกล่าวสามารถส่งผลต่อทิศทางตลาดการเงินได้อย่างรวดเร็ว
นักวิเคราะห์จึงแนะนำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนใช้การวิเคราะห์แบบ Scenario Analysis และใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยง เช่น Options เพื่อรับมือกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงที่ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูง
ทั้งนี้ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้ที่ 31.90–32.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันโลก กระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ อาทิ ดัชนีราคา PCE ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ข้อมูลตำแหน่งงานเปิดรับ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค.











