thansettakij
thansettakij
เปิดสถิติ 9 วันอันตราย หลังสมรภูมิตะวันออกกลางระอุ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงสุดรอบ 4 ปี

เปิดสถิติ 9 วันอันตราย หลังสมรภูมิตะวันออกกลางระอุ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงสุดรอบ 4 ปี

11 มี.ค. 2569 | 11:02 น.
อัปเดตล่าสุด :11 มี.ค. 2569 | 11:02 น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ สงครามตะวันออกกลาง 9 วันแรก ราคาน้ำมัน Brent พุ่งแตะ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงสุดรอบ 4 ปี ฉุดหุ้นเอเชียดิ่งเหว SET ร่วง 9.5% ขณะที่บาทอ่อนค่า 2.0% หนุนทองไทยพุ่ง 77,400 บาท

รายงานวิเคราะห์จากศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) เผยแพร่ภาพรวมความเคลื่อนไหวของตลาดสินทรัพย์ทั่วโลกในช่วง 9 วันแรก (27 ก.พ. – 9 มี.ค. 2569) หลังจากการเริ่มโจมตีในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นพบว่า ราคาน้ำมันดิบ Brent กลายเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบสูงสุด โดยราคาผันผวนตามอุณหภูมิความขัดแย้งในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ

นับตั้งแต่เริ่มมีการโจมตีเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ราคาน้ำมันดิบเริ่มขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสถานการณ์วิกฤตหนักขึ้นในวันที่ 3 มีนาคม เมื่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเริ่มมีข้อจำกัด ส่งผลให้ในวันที่ 5 มีนาคม ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และพุ่งเข้าใกล้ระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันที่ 9 มีนาคม

ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี แม้จะมีปัจจัยแทรกแซงจากกลุ่ม G7 ที่หารือเรื่องการปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉิน หรือคำแถลงจากประธานาธิบดีทรัมป์ที่ส่งสัญญาณว่าสงครามอาจจบเร็วกว่าที่คาดก็ตาม

ผลกระทบจากความไม่แน่นอนส่งผลให้ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง โดย ดัชนี SET ของไทยร่วงลง 9.5% มาอยู่ที่ระดับ 1,383.0 จุด ขณะที่ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ดิ่งหนักสุดถึง  16.7%  และ NIKKEI ของญี่ปุ่นลดลง 10.8%

เปิดสถิติ 9 วันอันตราย หลังสมรภูมิตะวันออกกลางระอุ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงสุดรอบ 4 ปี

ในส่วนของราคาทองคำ พบความน่าสนใจคือในขณะที่ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ปรับตัวลดลง 2.6% อยู่ที่ 5,140 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ ราคาทองคำแท่งในประเทศไทยกลับปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 1.8 แตะระดับ 77,400 บาท ซึ่งเป็นผลมาจากแรงหนุนของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างมากในช่วงเวลาดังกล่าว

วิกฤตครั้งนี้ทำให้ดัชนีดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น 1.6% ส่งผลให้สกุลเงินในเอเชียอ่อนค่าลงถ้วนหน้า โดย เงินบาทอ่อนค่าลง 2.0% (เป็นอันดับสองรองจากเงินวอนที่ 2.5% ) ปัจจัยสำคัญมาจากแนวโน้มดุลบัญชีเดินสะพัดที่อาจลดลงเนื่องจากมูลค่านำเข้าพลังงานที่แพงขึ้นตามราคาน้ำมัน

สำหรับประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดหลังจากนี้ คือ ระยะเวลาที่ราคาน้ำมันจะทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งหากปฏิบัติการทางทหารยืดเยื้อและบานปลาย จะส่งผลโดยตรงต่อทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของเฟด (Fed) และธนาคารกลางอื่นๆ

หากเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวขึ้นตามราคาพลังงานในช่วงที่เหลือของปี จะเป็นโจทย์ใหญ่ในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจท่ามกลางพายุสงครามที่ยังไม่สงบ