
ราคาทองคำโลกทรงตัวแตะ 5,140 ดอลลาร์ หลังทรัมป์ชี้ศึกอิหร่านอาจใกล้ยุติ
ราคาทองคำโลกเคลื่อนไหวทรงตัวใกล้ระดับ 5,140 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าจากถ้อยแถลงของโดนัลด์ ทรัมป์ที่ส่งสัญญาณว่าสงครามตะวันออกกลางอาจใกล้ยุติ ขณะที่ตลาดยังจับตาความเสี่ยงเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐอย่างใกล้ชิด
KEY
POINTS
- ราคาทองคำในตลาดโลกทรงตัวใกล้ระดับ 5,140 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง
- ปัจจัยหลักมาจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจใกล้ยุติลง
- นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้
ราคาทองคำในตลาดโลกเคลื่อนไหวทรงตัวใกล้ระดับ 5,140 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการซื้อขายช่วงเช้าวันอังคาร (10 มี.ค.) หลังค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจใกล้ยุติ ขณะที่ตลาดยังติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด
รายงานของบลูมเบิร์กระบุว่า ราคาทองคำสปอตอยู่ที่ 5,139.67 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 07:06 น. ตามเวลาสิงคโปร์ แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงก่อนหน้า ขณะที่ราคาโลหะเงินปรับเพิ่มขึ้น 0.3% มาอยู่ที่ 87.25 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนแพลทินัมและแพลเลเดียมปรับตัวลดลงเล็กน้อย ด้านดัชนี Bloomberg Dollar Spot อ่อนค่าลงเล็กน้อย หลังจากปรับลดลง 0.2% ในการซื้อขายก่อนหน้า
การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังทรัมป์ระบุว่าเขาเชื่อว่าความขัดแย้งกับอิหร่านอาจยุติลงได้ “ในเร็ว ๆ นี้” ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงต่อเนื่องอีก 0.1% หลังจากปรับตัวลดลงมาแล้วในวันจันทร์ ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงหลังผ่านช่วงการซื้อขายที่มีความผันผวนอย่างรุนแรงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ก่อนหน้านี้ ราคาทองคำปรับตัวลดลงมากกว่า 1% ในการซื้อขายวันจันทร์ (9 มี.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐและการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงต่อไป ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจผลักดันแรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น
ราคาทองคำสปอตลดลง 1.5% มาอยู่ที่ 5,091.62 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 13:40 น. ตามเวลานิวยอร์ก (17:40 น. GMT) ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐสำหรับการส่งมอบเดือนเมษายน ปิดตลาดลดลง 1.1% ที่ระดับ 5,103.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์
จิม ไวคอฟฟ์ นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Kitco Metals ระบุว่า ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อาจอยู่ในระดับสูงนานขึ้นจากความไม่แน่นอนของสงคราม เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม หากความขัดแย้งยืดเยื้อ ความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอาจยังช่วยจำกัดการปรับตัวลงของทองคำได้
โดยทั่วไป ทองคำมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่ในสภาพแวดล้อมที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ สินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยอย่างทองคำจะยิ่งมีความน่าสนใจมากขึ้นสำหรับนักลงทุน
ในช่วงเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งเข้าใกล้ระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้ออาจกระทบการส่งออกพลังงานอย่างรุนแรง และส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก อีกทั้งการแข็งค่าของดอลลาร์ยังทำให้ทองคำซึ่งซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์มีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น
ด้านสถานการณ์ความขัดแย้ง กองทัพอิสราเอลระบุว่าได้เปิดปฏิบัติการโจมตีพื้นที่ตอนกลางของอิหร่าน รวมถึงโจมตีกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ความตึงเครียดดังกล่าวส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวทางเรือที่มีสัดส่วนราวหนึ่งในห้าของปริมาณการขนส่งทั่วโลกบริเวณชายฝั่งอิหร่าน ต้องปิดการใช้งานโดยปริยาย
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนกุมภาพันธ์มีกำหนดประกาศในวันพุธ ส่วนดัชนีการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐให้ความสำคัญ จะเผยแพร่ในวันศุกร์
ไวคอฟฟ์กล่าวว่า หากตัวเลขเงินเฟ้อที่ประกาศในสัปดาห์นี้ออกมาสูงกว่าคาด อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐเผชิญภาวะตัดสินใจที่ยากลำบาก และอาจส่งผลให้ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันต่อไป
สำหรับโลหะมีค่าอื่น ๆ ราคาโลหะเงินในตลาดสปอตลดลง 0.2% มาอยู่ที่ 84.18 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แพลทินัมเพิ่มขึ้น 1.1% แตะระดับ 2,158.02 ดอลลาร์ และแพลเลเดียมปรับขึ้น 2.4% สู่ระดับ 1,663.79 ดอลลาร์ต่อออนซ์

