
YLG ชี้ทองร่วงแค่ 'พักฐาน' หลังนักลงทุนแห่ถือดอลลาร์ ย้ำเป้าปีนี้ 5,596 ดอลลาร์
YLG ชี้ราคาทองคำปรับฐานระยะสั้นจากแรงขายรักษาสภาพคล่อง หลังดอลลาร์แข็ง–บอนด์ยีลด์สูง แต่ระยะยาวยังเป็นขาขึ้น คงเป้าปีนี้ 5,596 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) มองว่าการปรับตัวลดลงของราคาทองคำในช่วงนี้เป็นเพียง การพักฐานระยะกลาง หลังจากก่อนหน้านี้ราคาทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 5,596 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือราว 83,750 บาทต่อบาททองคำ โดยยังคงมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางราคาทองคำในระยะยาว
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร YLG กล่าวว่า การปรับตัวลงของทองคำในช่วงนี้เกิดจากแรงขายในตลาดการเงินโดยรวม หลังนักลงทุนจำนวนมากต้องการถือ เงินสดและพันธบัตรสหรัฐ เพื่อรักษาสภาพคล่องในช่วงที่สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐฯ และอิหร่าน เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าและกดดันราคาทองคำในระยะสั้น
ทั้งนี้ แม้ข่าวความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จะช่วยหนุนราคาทองคำให้ปรับตัวขึ้นช่วงหนึ่ง แต่ราคายังไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญที่ระดับสูงสุดเดิมได้ โดยขึ้นไปแตะเพียง 5,417 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนเข้าสู่ช่วงปรับฐาน
YLG ระบุว่า ภาวะดังกล่าวสะท้อนลักษณะที่คล้ายกับ “กับดักดอลลาร์แข็ง” ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงแรกของวิกฤตการเงินหรือสงคราม โดยนักลงทุนจะขายสินทรัพย์หลายประเภทเพื่อถือเงินสดก่อน แต่เมื่อความตื่นตระหนกเริ่มคลี่คลาย ตลาดมักกลับมาซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง
สำหรับทิศทางราคาทองคำในระยะต่อไป จะขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่
- ทิศทางค่าเงินดอลลาร์
- แนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield)
- การคาดการณ์นโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
หากราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูงและทำให้ตลาดเชื่อว่าเฟดจะชะลอการลดดอกเบี้ย เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์อาจปรับตัวสูงขึ้นและกดดันราคาทองคำได้ในระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หากความเสี่ยงทางการเงินหรือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น ทองคำมีโอกาสกลับมาเป็นขาขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
YLG ยังประเมินกรอบการปรับฐานของราคาทองคำในระยะกลางไว้ 3 รูปแบบ
กรณีแรก หากราคายังยืนเหนือ 4,840–4,655 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 72,400–69,600 บาทต่อบาททองคำ ได้ การพักฐานอาจเป็นลักษณะ แกว่งตัวออกข้าง (Triangle) ซึ่งมีแนวโน้มใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
กรณีที่สอง หากราคาหลุดระดับ 4,655 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเข้าสู่การปรับฐานลึกขึ้น โดยมีแนวรับถัดไปที่ 4,402–4,210 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 65,850–62,950 บาทต่อบาททองคำ
กรณีที่สาม หากราคาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและทะลุ 5,417 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 81,050 บาทต่อบาททองคำ มีโอกาสกลับไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมที่ 5,596 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 83,750 บาทต่อบาททองคำ
ทั้งนี้ YLG ยังคงเป้าหมายราคาทองคำในปีนี้ไว้ที่ 5,596 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมองว่าปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สนับสนุนทองคำยังไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การกระจายทุนสำรองของธนาคารกลาง และระดับหนี้โลกที่อยู่ในระดับสูง
อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นราคาทองคำยังมีโอกาสผันผวนต่อ หากเงินดอลลาร์ยังแข็งค่าและบอนด์ยีลด์อยู่ในระดับสูง นักลงทุนระยะยาวจึงควรใช้กลยุทธ์ ทยอยสะสมเป็นจังหวะ
สำหรับผู้ลงทุนมือใหม่ YLG ยังแนะนำแอปพลิเคชัน YLG Get Gold ที่เปิดโอกาสให้ลงทุนในทองคำได้ด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 100 บาท สามารถซื้อขาย Gold Spot แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสมาร์ตโฟน โดยเปิดให้ลงทุนได้ตั้งแต่ 100 บาท จนถึง 80 กิโลกรัมต่อวัน

