
GCAP เตือนทองคำผันผวนหนัก สงครามหนุนราคา แต่เฟดจำกัดขาขึ้น
GCAP GOLD ชี้สงครามสหรัฐ–อิหร่านหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงานอาจทำให้เฟดชะลอลดดอกเบี้ย กดกรอบราคาทองระยะสั้น
สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยกระดับต่อเนื่อง กำลังกดดันบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก และส่งผลต่อทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ
โดยราคาทองคำในช่วงนี้ถูกดึงจากปัจจัยสำคัญสองด้านที่สวนทางกัน ระหว่างแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันจากแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่อาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดคาด
บริษัท GCAP GOLD ระบุว่า การปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เพิ่มความเสี่ยงต่อการลุกลามเป็นสงครามในระดับภูมิภาค ส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกเพิ่มการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ GCAP GOLD กล่าวว่า สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้นหลังอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพและเป้าหมายของสหรัฐฯ ในหลายประเทศแถบอ่าวอาหรับ พร้อมประกาศปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกที่มีน้ำมันราว 20% ของอุปทานโลกไหลผ่าน ส่งผลให้การขนส่งพลังงานเริ่มชะงัก และเพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในระยะถัดไป
อย่างไรก็ตาม แม้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะเป็นแรงหนุนราคาทองคำ แต่อีกด้านหนึ่งตลาดเริ่มกังวลว่าราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้นอาจทำให้เงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ล่าสุด นีล แคชคารี (Neel Kashkari) ประธานเฟดสาขามินนิอาโปลิส ระบุว่าเหตุการณ์โจมตีอิหร่านได้เพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยในปีนี้ เนื่องจากความเสี่ยงที่ราคาพลังงานจะสูงขึ้นและกดดันเงินเฟ้อ ซึ่งหากสงครามยืดเยื้อและราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูง อาจทำให้เฟดต้องชะลอการผ่อนคลายนโยบายการเงินออกไป
ทั้งนี้ ตลาดยังจับตาตัวเลข การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (Nonfarm Payrolls) ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 58,000 ตำแหน่ง ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 130,000 ตำแหน่ง สะท้อนสัญญาณว่าตลาดแรงงานเริ่มชะลอตัว และอาจเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสการผ่อนคลายนโยบายการเงินในระยะถัดไป
ในด้านเทคนิค GCAP GOLD ประเมินว่า ราคาทองคำหลังขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 5,420 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีแรงขายทำกำไร ทำให้โครงสร้างระยะสั้นเข้าสู่ช่วงปรับฐาน โดยมีแนวรับสำคัญที่ 5,000 ดอลลาร์ หากหลุดลงไปมีโอกาสเห็นแรงขายต่อเนื่องไปที่ 4,860 ดอลลาร์
ขณะที่แนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 5,260 และ 5,340 ดอลลาร์ หากราคาปิดเหนือระดับ 5,340 ดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณบวกที่เปิดทางให้ทองคำกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง
สำหรับทองคำในประเทศ ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำกลยุทธ์ ทยอยสะสม โดยโซนรับแรกอยู่บริเวณ 76,000–75,500 บาท และโซนถัดไปที่ 73,300 บาท เพื่อรอจังหวะแบ่งขายทำกำไรในกรอบ 78,500–79,500 บาท

