
บาทอ่อนแตะ 31.77 ดอลลาร์แข็งรับสงครามตะวันออกกลาง จับตาเฟด-จ้างงานสหรัฐฯ
เงินบาทเปิดที่ 31.77 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าตามเงินดอลลาร์ที่แข็งจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังสงครามตะวันออกกลางกดดันตลาด จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐและทิศทางดอกเบี้ยเฟด
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดเปิดเผยว่า เงินบาทเปิดเช้าวันนี้อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ระดับ 31.77 บาทต่อดอลลาร์ จากระดับปิดก่อนหน้าที่ 31.60 บาทต่อดอลลาร์
สอดคล้องกับการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในตลาดการเงินโลก
การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของ บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปี ที่ขยับขึ้นใกล้ระดับ 4.14% หลังตลาดปรับลดความคาดหวังต่อการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อในระยะถัดไป
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาททยอยอ่อนค่าลงและเคลื่อนไหวในกรอบ 31.56–31.85 บาทต่อดอลลาร์ โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ รวมถึงการปรับลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของเฟด
ปัจจัยสำคัญมาจากความกังวลว่าสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้เฟดไม่สามารถปรับลดดอกเบี้ยได้ตามที่ตลาดเคยคาดไว้
ขณะเดียวกัน ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดีกว่าคาดในช่วงที่ผ่านมา ยังเป็นอีกปัจจัยที่หนุนเงินดอลลาร์ให้แข็งค่า
อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินบาทถูกชะลอลงบางส่วน หลังนักลงทุนบางส่วนเริ่มขายทำกำไรเงินดอลลาร์ โดยเฉพาะเมื่อ เงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าเข้าใกล้ระดับ 158 เยนต่อดอลลาร์ ทำให้ตลาดเริ่มกังวลว่าทางการญี่ปุ่นและสหรัฐอาจส่งสัญญาณเข้าแทรกแซงค่าเงิน
สำหรับภาพรวมตลาดการเงินโลก ตลาดหุ้นสหรัฐกลับมาอยู่ในโหมด ปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) โดยดัชนี S&P500 ปรับลดลง 0.57% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ลดลง 0.26% จากความกังวลต่อเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยเฟด
ด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ลดลง 1.29% จากความกังวลว่าสงครามตะวันออกกลางอาจกระทบต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของยุโรป แม้หุ้นกลุ่มพลังงานจะปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมัน
ในตลาดทองคำ ราคาทองคำปรับตัวลดลงหลุดระดับ 5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนรีบาวด์ขึ้นเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ หลังแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์ที่เพิ่มขึ้น
ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ตลาดจะจับตา ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐสำคัญ ได้แก่
- การจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls)
- อัตราการว่างงาน
- การเติบโตของค่าจ้าง
- รวมถึง ยอดค้าปลีกสหรัฐ ซึ่งจะมีผลต่อการประเมินทิศทางดอกเบี้ยของเฟด
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 31.60–31.90 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยที่ต้องติดตามคือสถานการณ์ตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ราคาทองคำ และการเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชีย
ทั้งนี้ มองว่าความผันผวนของเงินบาทในระยะนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินโลกและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ โดยแนวต้านสำคัญของเงินบาทอยู่ที่ระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่กรอบระยะสั้นในช่วง 24 ชั่วโมงคาดว่าจะเคลื่อนไหวที่ 31.55–31.95 บาทต่อดอลลาร์

