

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ระดับ 31.30 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 31.23 บาทต่อดอลลาร์ โดยการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมาอยู่ในลักษณะ Sideways Up แกว่งตัวในกรอบ 31.20–31.40 บาทต่อดอลลาร์
สอดคล้องกับการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด ส่งผลให้ตลาดปรับลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED)
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า เงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจากตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐฯ (ADP) และดัชนีภาคการผลิต NY FED ที่แข็งแกร่ง
ขณะที่เงินปอนด์อังกฤษอ่อนค่าหลังข้อมูลตลาดแรงงานออกมาแย่กว่าคาด ทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE)
บรรยากาศตลาดการเงินโดยรวมกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น จากสัญญาณคลี่คลายของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งประเด็นสหรัฐฯ–อิหร่าน และความคืบหน้าการเจรจายุติสงครามรัสเซีย–ยูเครน ส่งผลให้เงินเยนญี่ปุ่นและราคาทองคำถูกกดดันในระยะสั้น แม้เงินเยนเริ่มมีแรงซื้อกลับจากนักลงทุนที่ทยอยเปิดสถานะ Long JPY
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยแรงซื้อในหุ้นกลุ่มการเงินและเทคโนโลยี โดยเฉพาะ Semiconductor ช่วยหนุนดัชนี S&P500 ปิดบวก 0.10% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.14% ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานเผชิญแรงขายตามราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง ด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับขึ้น 0.45% จากแรงหนุนหุ้นการเงินและ Healthcare รวมถึงความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของ BOE
ในตลาดตราสารหนี้ บอนด์ยีลด์รัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นสู่ระดับประมาณ 4.05% หลังข้อมูลเศรษฐกิจออกมาดีกว่าคาด ทำให้ตลาดลดโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยของ FED ลงบางส่วน โดยยังประเมินว่าบอนด์ยีลด์ระยะยาวมีความเสี่ยงผันผวนสูงจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายเศรษฐกิจและฐานะการคลังสหรัฐฯ
ด้านตลาดค่าเงิน ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 97.10–97.50 จุด โดยแม้ดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นในช่วงแรก แต่แรงรีบาวด์ของเงินยูโรและเงินเยนช่วยจำกัดการแข็งค่า ขณะที่ราคาทองคำยังทรงตัวเหนือระดับ 4,880 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังมีแรงซื้อในจังหวะย่อตัว
สำหรับช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ตลาดรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods Orders) ยอดผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และข้อมูลตลาดที่อยู่อาศัย รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ย ขณะที่ฝั่งอังกฤษต้องติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ซึ่งอาจมีผลต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของ BOE อย่างมีนัยสำคัญ
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า แม้เงินบาทจะอ่อนค่าทะลุแนวต้าน 31.30 บาทต่อดอลลาร์ แต่แรงอ่อนค่าอาจเริ่มชะลอในบริเวณดังกล่าว และมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ Sideways จนกว่าจะมีปัจจัยใหม่เข้ามาเพิ่มเติม โดยการเคลื่อนไหวของราคาทองคำยังเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจช่วยพยุงเงินบาทได้ หากเกิดแรงรีบาวด์
ทั้งนี้ มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้ที่ 31.15–31.40 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางความผันผวนที่ยังอยู่ในระดับสูง จากความไม่แน่นอนของทิศทางดอกเบี้ยธนาคารกลางหลัก และปัจจัยการเมืองสหรัฐฯ ที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด