thansettakij
thansettakij
ไทยพาณิชย์ลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.1% MRR เหลือ 6.575% พยุงกำลังซื้อในประเทศ

ไทยพาณิชย์ลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.1% MRR เหลือ 6.575% พยุงกำลังซื้อในประเทศ

28 ก.พ. 2569 | 05:49 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ก.พ. 2569 | 05:49 น.

ธนาคารไทยพาณิชย์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR เหลือ 6.350% MOR เหลือ 6.275% และ MRR เหลือ 6.575% มีผล 2 มี.ค. 2569 ขานรับมติ กนง. หนุนฟื้นเศรษฐกิจและบรรเทาภาระหนี้ครัวเรือน–SMEs

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ สูงสุด 0.10% ขานรับมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ควบคู่กับการบรรเทาภาระทางการเงินให้แก่ลูกค้าครัวเรือนและภาคธุรกิจ 

นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ และการฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs และครัวเรือนที่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านต้นทุนทางการเงินและสภาพคล่อง 

ธนาคารจึงเห็นความจำเป็นในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้สอดคล้องกับทิศทางนโยบายการเงิน และช่วยลดภาระดอกเบี้ยของลูกค้าในช่วงที่ความผันผวนภายนอกกดดันภาคธุรกิจและกำลังซื้อในประเทศ

นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

อัตราดอกเบี้ยใหม่ที่ประกาศปรับลด มีผลตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ประกอบด้วย

  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR : Minimum Loan Rate) ปรับลดลง 0.05% จาก  6.400% เหลือ 6.350% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR : Minimum Overdraft Rate) ปรับลดลง 0.15% จาก  6.425% เหลือ 6.275% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR : Minimum Retail Rate) ปรับลดลง 0.10% จาก  6.675%  เหลือ 6.575% ต่อปี 

การปรับลดครั้งนี้สะท้อนจังหวะนโยบายการเงินขาลงที่เริ่มส่งผ่านมายังภาคธนาคารพาณิชย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสภาพคล่องให้ระบบเศรษฐกิจ ลดต้นทุนทางการเงิน และช่วยประคองความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า ทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือน

ในเชิงโครงสร้าง ธนาคารไทยพาณิชย์ประเมินว่า การลดดอกเบี้ยจะช่วยเสริมแรงฟื้นตัวในช่วงที่เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญแรงกดดันจากภายนอก

ขณะเดียวกันยังคงเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือลูกค้าอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของฐานลูกค้าและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะถัดไป.