thansettakij
thansettakij
หุ้นไทยรีบาวด์เช้า เปิดบวก 7 จุด โบรกฯ เตือน Risk-Off ฉุดดัชนีเสี่ยงลงต่อ

หุ้นไทยรีบาวด์เช้า เปิดบวก 7 จุด โบรกฯ เตือน Risk-Off ฉุดดัชนีเสี่ยงลงต่อ

11 มิ.ย. 69 | 03:15 น.
อัปเดตล่าสุด :11 มิ.ย. 69 | 03:22 น.

ตลาดหุ้นไทยเปิดบวกกว่า 7 จุด ยืนเหนือระดับ 1,570 จุด จากแรงหนุนหุ้นขนาดใหญ่ แต่บรรยากาศลงทุนทั่วโลกยังเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ดันราคาน้ำมันพุ่ง ขณะที่ บล.ฟินันเซีย ไซรัส เตือนความเสี่ยงตลาดเข้าสู่ภาวะ Risk-Off แนะจับตาการประชุม ECB และเงินเฟ้อสหรัฐฯ

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดช่วงเช้าปรับตัวขึ้น 7.21 จุด แต่ยังมีความผันผวน
  • โบรกเกอร์เตือนว่าดัชนีมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลดลงต่อเนื่อง จากบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกที่เป็น Risk-Off
  • ปัจจัยเสี่ยงหลักมาจากความตึงเครียดของสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในระดับสูง

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ (11 มิ.ย. 69) ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขาย ณ เวลา 10:01 น. ที่ระดับ 1,570.80 จุด เพิ่มขึ้น 7.21 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.46% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในระหว่างนี้ดัชนีแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,571.60 - 1,559.45 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 5,061.70 ล้านบาท

5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด

  • DELTA ราคา 354.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 0.57% มูลค่าซื้อขาย 723,930.70 บาท
  • GULF ราคา 63.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.79% มูลค่าซื้อขาย 319,177.33 บาท
  • TRUE ราคา 13.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ 0.72% มูลค่าซื้อขาย 251,696.17 บาท
  • SCB ราคา 138.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.36% มูลค่าซื้อขาย 236,280.00 บาท
  • PTT ราคา 36.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.69% มูลค่าซื้อขาย 175,594.58 บาท

หุ้นไทยยังเสี่ยงถูก Risk-Off

บล.ฟินันเซีย ไซรัส เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้ (11 มิ.ย.69) ว่า คาด SET Index มีโอกาสที่จะปรับตัวลดลงต่อเนื่องตามตลาดหุ้นทั่วโลก โดยประเมินกรอบที่ 1,545-1,560 จุด ถ่วงจากบรรยากาศการลงทุนที่ Risk-Off จากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่ตึงเครียดขึ้นหลังสหรัฐฯโจมตีอิหร่านหลายจุด และเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านให้ยอมรับข้อตกลงสันติภาพ

ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอีกครั้ง โดยล่าสุด Brent อยู่ที่ USD95.5 ต่อบาร์เรล แม้ตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯเดือน พ.ค. จะไม่ได้สูงกว่าคาด (Headline +4.2% จากปีก่อน Core +2.9% จากปีก่อน) แต่ก็เป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ส่งผลให้ Bond Yield ยังไต่ระดับขึ้นอีกเล็กน้อยและยืนสูงต่อเนื่อง กดดันสินทรัพย์อื่นๆทั้งหุ้นและทองคำ

ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามวันนี้ ได้แก่ การประชุม ECB ซึ่งคาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็น 2.25% รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อ PPI สหรัฐฯเดือน พ.ค. (ตลาดคาด +0.7% จากเดือนก่อน, +6.4% จากปีก่อน) หากยังออกมาสูงต่อเนื่องจะยังเป็นความเสี่ยงในการพักฐานของตลาดต่อ

ชูหุ้นอิงเศรษฐกิจ-บริโภคในประเทศ เด่น

ปัจจุบันมีความเสี่ยงมากขึ้นที่สถานการณ์สงครามจะยื้ดเยื้อลากยาวข้ามไปยังไตรมาส 3/2569 ซึ่งจะทำให้ผลกระทบทางเศรษฐกิจยาวนานกว่าสมมติฐานตลาดในปัจจุบัน ระยะสั้นจึงเน้นเก็งกำไรหุ้นกลุ่ม Commodity และพักงานในหุ้น Defensive ที่กระทบจากสงครามจำกัด

อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์เริ่มผ่อนคลายและราคาน้ำมันทยอยปรับตัวลงในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ทางฝ่ายยังคงชอบกลุ่ม Domestic/Consumption Play Anti-Commodity และ Yield Sensitive เช่น ไฟแนนซ์ ขนส่ง โรงไฟฟ้า SPP ท่องเที่ยว ค้าปลีก เป็นต้น ซึ่งมีโอกาสเกิด Sector Rotation เข้าหา

สำหรับกลยุทธ์ แนะนำเลือกหุ้นที่โมเมนตัมกำไรในช่วงไตรมาส 2/2569 ต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังปีนี้ แข็งแกร่ง กระทบจำกัดหรือได้อานิสงส์บวกหากสงครามผ่อนคลาย โดยแนะนำหุ้นเด่นเดือน มิ.ย ได้แก่ BGRIM, CPALL, CRC, ERW, STA เป็นต้น