thansettakij
thansettakij
1 ปี 'ภาษีทรัมป์' สหรัฐฯ ขาดดุลพุ่ง 1.33 ล้านล้านดอลลาร์ ไทยโดนจับตา

1 ปี 'ภาษีทรัมป์' สหรัฐฯ ขาดดุลพุ่ง 1.33 ล้านล้านดอลลาร์ ไทยโดนจับตา

25 ก.พ. 2569 | 10:03 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ก.พ. 2569 | 10:04 น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ ภาษีทรัมป์ไม่ลดขาดดุล สหรัฐฯ ขาดดุลพุ่งต่อ ไทย–เวียดนาม–เม็กซิโกถูกจับตา ขณะทรัมป์ใช้มาตรา 122 เก็บภาษี 15% ทุกประเทศ

ครบ 1 ปีของนโยบายภาษีภายใต้การนำของ Donald Trump ภาพสะท้อนที่ปรากฏในตัวเลขการค้าของสหรัฐฯ กลับไม่ได้ลดแรงกดดันด้านดุลการค้าอย่างที่ตั้งเป้าไว้

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานว่า ปี 2025 สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าสินค้าอยู่ที่ 1,328 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 1,295 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 สะท้อนว่าขนาดการขาดดุลโดยรวมยังขยายตัว แม้โครงสร้างคู่ค้าจะเปลี่ยนแปลงไป

 

ในเชิงรายละเอียด สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าลดลงกับบางประเทศหลัก อาทิ จีน เยอรมนี ญี่ปุ่น แคนาดา เกาหลีใต้ สวิตเซอร์แลนด์ และอิตาลี

1 ปี 'ภาษีทรัมป์' สหรัฐฯ ขาดดุลพุ่ง 1.33 ล้านล้านดอลลาร์ ไทยโดนจับตา

อย่างไรก็ตาม การขาดดุลกลับเพิ่มขึ้นกับอีกหลายประเทศ ได้แก่ เม็กซิโก เวียดนาม ไต้หวัน ไอร์แลนด์ ไทย อินเดีย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ภาพดังกล่าวสะท้อนการ “ย้ายจุดกระจุกตัว” ของดุลการค้า มากกว่าการลดขนาดการขาดดุลโดยรวม

สำหรับไทย การที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับไทยเพิ่มขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษี อาจกลายเป็นปัจจัยเพิ่มแรงกดดันต่อการเจรจาการค้าที่กำลังดำเนินอยู่ โดยเฉพาะในช่วงที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการปรับสมดุลทางการค้าในหลายภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำตัดสินยกเลิกการจัดเก็บภาษีนำเข้าภายใต้กฎหมาย IEEPA ส่งผลให้ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 122 กับทุกประเทศคู่ค้าในอัตรา 15% ซึ่งสามารถจัดเก็บได้สูงสุด 150 วัน

เว้นแต่สภาคองเกรสจะมีมติขยายเวลาออกไป การตัดสินใจดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อบรรยากาศการค้าโลกอีกระลอก

หลังจากมาตรา 122 สิ้นสุดลง แนวโน้มการดำเนินมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ยังมีความเป็นไปได้ที่จะใช้เครื่องมืออื่นเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 232 ที่มุ่งเน้นรายอุตสาหกรรมโดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ หรือมาตรา 301 ที่มุ่งเน้นรายประเทศจากประเด็นการค้าที่ถูกมองว่าไม่เป็นธรรม ซึ่งล้วนเป็นกลไกที่เคยถูกนำมาใช้ในช่วงก่อนหน้า

1 ปี 'ภาษีทรัมป์' สหรัฐฯ ขาดดุลพุ่ง 1.33 ล้านล้านดอลลาร์ ไทยโดนจับตา

ผลต่อการส่งออกไทยในระยะสั้น อาจเห็นการเร่งส่งออกในกลุ่มสินค้าที่เคยถูกจัดเก็บ Reciprocal Tariffs และถูกปรับลดอัตราภาษีมาอยู่ที่ 15% ภายใต้มาตรา 122

อย่างไรก็ตาม อัตราภาษีใหม่นี้อยู่ในระดับเดียวกับประเทศคู่ค้าอื่น ขณะที่ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นลดทอนความได้เปรียบด้านราคา ทำให้ศักยภาพการแข่งขันของไทยไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ในภาพรวม แนวโน้มการส่งออกไทยตลอดทั้งปีจึงยังขึ้นอยู่กับทิศทางมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ในระยะถัดไป หากมีการประกาศมาตรการเพิ่มเติมหรือขยายขอบเขตการใช้เครื่องมือทางการค้า ความผันผวนต่อภาคส่งออกไทยและภูมิภาคเอเชียอาจเพิ่มสูงขึ้นอีกระลอก ท่ามกลางบริบทการค้าโลกที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน.