thansettakij
thansettakij
Trade War พลิกเกม แผนที่ลงทุนโลกเปลี่ยน อาเซียนเนื้อหอม ไทยขึ้นแท่นฮับอุตสาหกรรมใหม่

Trade War พลิกเกม แผนที่ลงทุนโลกเปลี่ยน อาเซียนเนื้อหอม ไทยขึ้นแท่นฮับอุตสาหกรรมใหม่

25 ก.พ. 2569 | 04:31 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ก.พ. 2569 | 06:00 น.

‘เอกนิติ-ศุภจี’ เร่งปรับแผนรับมือภาษีทรัมป์ สำนักงาน BOI ชี้อาเซียนเนื้อหอม ไทยขึ้นแท่นฮับอุตสาหกรรมใหม่ Trade War พลิกเกม แผนที่ลงทุนโลกเปลี่ยน

KEY

POINTS

  • สงครามการค้าและมาตรการภาษี 15% ของสหรัฐฯ ส่งผลให้แผนที่การลงทุนโลกเปลี่ยนแปลง โดยอาเซียนและไทยกลายเป็นจุดหมายสำคัญของนักลงทุนที่ย้ายฐานการผลิต
  • มาตรการภาษีดังกล่าวอาจส่งผลบวกต่อการส่งออกไทยในระยะสั้น เนื่องจากช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดสหรัฐฯ
  • ภาครัฐเร่งรับมือด้วยการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อขยายตลาดใหม่ ลดการพึ่งพาสหรัฐฯ และจีน พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศระยะยาว

สงครามการค้า ภาษีสหรัฐ 15% เร่งเปลี่ยนแผนที่ลงทุนโลก หนุนส่งออกไทยระยะสั้น พร้อมดึงคลื่นนักลงทุนสู่อาเซียน บีโอไอชี้ไทยมีศักยภาพขึ้นเป็นฮับอุตสาหกรรมใหม่ เร่งเจรจา FTA ขยายตลาด ลดพึ่งพาสหรัฐ-จีน และยกระดับขีดแข่งขันระยะยาว

มาตรการภาษี 15% ของสหรัฐ ภายใต้บริบทสงครามการค้าและการจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานใหม่ กำลังเร่งให้บริษัทข้ามชาติปรับแผนลงทุนและย้ายฐานการผลิตเพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการค้า ส่งผลให้แผนที่การลงทุนโลกเปลี่ยนทิศอย่างมีนัยสำคัญ 

โดยอาเซียนรวมถึงประเทศไทย กลายเป็นจุดหมายสำคัญจากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซัพพลายเชน และนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมอนาคต หนุนไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นฮับอุตสาหกรรมใหม่ในยุคเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนเกม

ภาษีทรัมป์ 15% หนุนส่งออกไทยระยะสั้น

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประเมินว่าการที่สหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้า 15% แทนภาษีตอบโต้ อาจส่งผลเชิงบวกต่อภาคการส่งออกและตลาดทุนไทยในระยะสั้น โดยช่วยปรับโครงสร้างภาษีให้สินค้าไทยแข่งขันได้ดีขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นเชิงจิตวิทยาการลงทุน

ปัจจุบันไทยและอาเซียนเผชิญอัตราภาษีเฉลี่ยราว 19% แต่เมื่อสหรัฐกำหนดอัตราใหม่ที่ 15% เป็นเวลา 150 วัน จะทำให้อัตราภาษีที่แท้จริงของสินค้าไทยบางรายการลดลงต่ำกว่า 10% เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกันประเทศคู่แข่งที่เคยเสียภาษีต่ำกว่า เช่น 10% จะถูกปรับขึ้นมาเท่ากันที่ 15% ส่งผลให้การแข่งขันมีความเท่าเทียมมากขึ้น และลดความเสียเปรียบของไทยในตลาดโลก

คลัง-พาณิชย์ เร่งหามาตรการรองรับ

อย่างไรก็ตามกระทรวงการคลังได้ประสานงานใกล้ชิดกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อวางยุทธศาสตร์เจรจาการค้าและลดผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐ โดยมอบหมายให้หารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของไทยและเตรียมรับมือมาตรการทางการค้าอื่นในอนาคต

ในระยะยาว รัฐบาลเตรียมเดินหน้า “ทีมไทยแลนด์” เร่งเจรจา FTA เพื่อขยายตลาดใหม่ ดึงดูดการลงทุน และเชื่อมโยงไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก เนื่องจากภาคการส่งออกยังเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ คิดเป็นสัดส่วนถึง 70% ของ GDP

ขณะเดียวกัน ไทยมุ่งสร้างความร่วมมือกับประเทศสำคัญอย่างอินเดีย ซึ่งกำลังเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ยานยนต์และ PCB โดยเน้นเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในฐานะพันธมิตร มากกว่าการแข่งขันโดยตรง

 

ภาพประกอบข่าว

 

เดินหน้ายกระดับขีดแข่งขันระยะยาว

นายเอกตินิกล่าวว่า รัฐบาลยังเตรียมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ผ่านการลงทุนใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ การพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในภาคการผลิต เพื่อเพิ่มผลิตภาพและมูลค่าเพิ่มของเศรษฐกิจไทย

นอกจากนี้กระทรวงการคลังยังให้ความสำคัญกับการยกระดับความโปร่งใสของภาครัฐ โดยเตรียมนำระบบ Data Lake มาใช้เชื่อมโยงข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง และข้อมูลภาษีของหน่วยงานต่างๆ ภายในกระทรวง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและลดโอกาสการทุจริต ซึ่งได้หารือกับ Microsoft เพื่อพัฒนาโครงการ Government Transformation 

โดยให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และกระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานต้นแบบในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการข้อมูล ช่วยยกระดับมาตรฐานความโปร่งใส ลดปัญหาคอร์รัปชัน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

‘ศุภจี’เกาะติดภาษีสหรัฐใกล้ชิด

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า รัฐบาลได้มีการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมติดตามว่าสหรัฐจะมีการประกาศใช้มาตรการอื่น ๆอย่างไร เช่น มาตรการ 232 , 301 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมความพร้อมด้วยการเปิดศูนย์รับคำปรึกษา

ทั้งนี้เพื่อให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการที่อาจได้รับผลกระทบ และยังคงเดินหน้าเจรจากับสหรัฐฯ ในฐานะคู่ค้าหลักที่ไทยมีการส่งออกเป็นอันดับ 1 โดยมีการหารือรอบล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าและปกป้องสิทธิประโยชน์ของประเทศ

“สิ่งที่เราประเมินอยู่ปัจจุบันนี้ ก็คือความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นกับเรื่องของนโยบายภาษีของสหรัฐ ทั้งภาครัฐเองและผู้ประกอบการเอง ก็ต้องเตรียมตัวและก็ระมัดระวังในเรื่องนี้และก็ติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนในการเจรจายังต้องดำเนินต่อเนื่อง เพราะว่าสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ค้าหลักของเราแต่ก็ต้องยึดถือบนฐานของสิทธิประโยชน์ของประเทศไทยเป็นหลัก”นางศุภจี กล่าว

 

ภาพประกอบข่าว

 

เร่งเดินหน้าเจรจาเปิด FTA เพิ่ม

กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้าเจรจา FTA อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันไทยมี FTA 14 ฉบับ กับ 18 ประเทศ โดยบางฉบับอยู่ระหว่างการปรับปรุงให้ทันสมัย ขณะเดียวกันมี FTA สำคัญที่ลงนามแล้ว เช่น ไทย-ศรีลังกา และ EFTA อยู่ระหว่างเสนอ ครม. และรัฐสภาเพื่อให้มีผลบังคับใช้

สำหรับปีนี้ ตั้งเป้าปิดดีล FTA กับเกาหลีใต้ สหภาพยุโรป (EU) และความร่วมมืออาเซียน–แคนาดา พร้อมทบทวน FTA เดิมเพื่อเพิ่มประเด็นใหม่ โดยเฉพาะการค้าดิจิทัล และเร่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้สิทธิประโยชน์ได้เต็มที่ หลังปัจจุบันยังใช้ไม่ครบจากข้อจำกัดด้านกฎถิ่นกำเนิดสินค้าและความซับซ้อนทางเทคนิค

นอกจากนี้ ไทยยังมุ่งขยายตลาดอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดศักยภาพสูง แม้ไทยเกินดุลการค้า แต่ยังมีอุปสรรคด้านมาตรฐาน BIS และ QCO ที่ต้องเร่งเจรจา เพื่อลดข้อจำกัดทางเทคนิคและเปิดทางให้สินค้าไทยเข้าสู่ตลาดได้มากขึ้น

เร่งเจาะตลาดใหม่-ลดการพึ่งพาสหรัฐ-จีน

นอกจากนี้ในส่วนของประเทศไทยยังต้องเดินหน้าลดความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ในเรื่องการลดการพึ่งพาตลาดใหญ่ เะราะปัจจุบันไทยพึ่งพาการส่งออกไปสหรัฐฯ และจีนสูงมาก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่มีสัดส่วนถึง 10% ของ GDP ดังนั้น รัฐบาลจึงมุ่งเน้นการเปิดตลาดใหม่ๆ เช่น แอฟริกา ตะวันออกกลาง และซาอุดีอาระเบีย เพื่อสร้างความสมดุลและรักษาเสถียรภาพทางการค้าของไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

เตือน Trade War-Tech War เปลี่ยนรูป

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงแนวโน้มการลงทุนของประเทศไทยในปี 2569 ว่า สงครามการค้าระหว่างชาติมหาอำนาจ และสงครามเทคโนโลยีรวมทั้งความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์จะอยู่กับเราไปอีกนา การตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐอเมริกาที่ผ่านมาจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบของ Trade War และ Tech War และจะนำไปสู่การจัดระเบียบโลกใหม่

“เทรนด์ของสงครามการค้าและสงครามเทคโนโลยีเนี่ยยังอยู่กับเราอีกนาน โดยเวทีที่ดาวอส ก็ระบุว่าความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จะไม่ใช่เหตุการณ์ชั่วคราวที่จะบรรเทาคลี่คลาย แต่จะเป็นสิ่งที่จะถูกฝังตัวกับระบบเศรษฐกิจและการค้าของโลกอย่างถาวร คือ จากนี้ไปเรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องความมั่นคง และเรื่องการเมืองระหว่างประเทศจะถูกผูกโยงเป็นเรื่องเดียวกัน และจะนำไปสู่การจัดระเบียบโลกใหม่” นายนฤตม์ ระบุ

ดังนั้นสิ่งที่ภาคธุรกิจจะต้องปรับตัวคือการทำอย่างไรให้มีความยืดหยุ่น และมีความไวในการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะด้านการลงทุน ปัจจุบันกลุ่มนักลงทุนจะมองการลงทุนในระยะยาว และพิจารณาปัจจัยหลายอย่างที่ไม่ใช่แค่ด้านภาษีอย่างเดียว แต่จะพิจารณาทั้งปัจจัยพื้นฐานเป็นสำคัญ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องของตลาด บุคลากร ซัพพลายเชน และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

 

ภาพประกอบข่าว

 

คลื่นนักลงทุนมุ่งหน้าอาเซียน

บีโอไอมั่นใจว่าประเทศไทยมีจุดแข็งในเรื่องปัจจัยพื้นฐานที่มีความพร้อม ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากรที่มีคุณภาพ ซัพพลายเชนที่ครบวงจร เช่นเดียวกับมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ และปัจจัยต่าง ๆ ที่เอื้อกับการประกอบธุรกิจ สิ่งเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักลงทุน

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ข้อมูลของ World Investment Report ระบุว่าการลงทุนทั่วโลกมุ่งมาที่อาเซียน สวนทางการลงทุนทั่วโลกติดลบต่อเนื่องมา 2 ปี โดยติดลบถึง 12% แต่การลงทุนที่เข้าสู่อาเซียนเพิ่มขึ้น 8% ขณะที่การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรืออังค์ถัด (UNCTAD) ยังขนานนามอาเซียนว่าเป็น Bright Spot สำหรับการลงทุนโลก ซึ่งเป็นผลมาจากปัญหาเรื่องสงครามการค้าเขาจึงตัดสินใจย้ายการลงทุนมาในอาเซียนและไทย

ไทยขึ้นศูนย์กลางลงทุนอุตสาหกรรมใหม่

สำหรับอุตสาหกรรมสำคัญที่บีโอไอเห็นอย่างชัดเจนว่าเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องนั่นคือ กลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) รวมทั้งการลงทุนในซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่มารองรับเทคโนโลยี AI ล่าสุดในปีนี้ยังเป็นปีแรกที่กลุ่มชิ้นส่วนหุ่นยนต์เข้ามาลงทุนในไทย เป็นบริษัทจากจีนที่ผลิตเพื่อป้อนอเมริกา

โดย ล็อตแรกมี 5 โครงการ 5 บริษัทซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำทั้งหมด และจะตามมาอีกหลายบริษัท

นายนฤตม์ กล่าวว่า สำหรับแรงขับเคลื่อนการลงทุนที่สำคัญ ในปี 2569 จะมาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ 1.กระแสและการโยกย้ายฐานการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของการลงทุนทั่วโลก

2. การเติบโตของเทคโนโลยี AI อย่างก้าวกระโดด ทำให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่องตามมามากมาย เช่นการลงทุนในกลุ่มดิจิทัลในปีที่ผ่านมามีมูลค่าสูงกว่าการลงทุนในอุตสาหกรรมดั้งเดิมทั้งหมดรวมกัน โดยเทรนด์นี้ยังคงต่อเนื่องไปทั้งดาต้าเซ็นเตอร์ กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ กลุ่มแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์หรือ PCB และการลงทุนในอุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ

3. เทรนด์ในการลดคาร์บอนและความยั่งยืนซึ่งยังคงเป็นเทรนด์สำคัญในการทำธุรกิจ ทำให้การลงทุนในหลายสาขาเติบโตอย่างมาก ทั้งพลังงานหมุนเวียน การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน การลงทุนในแบตเตอรี่และระบบการเก็บพลังงาน รวมถึงการลงทุนในกลุ่มที่เป็น Green Product หรือ Green Packaging

อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ เรื่องมาตรการภาษีของสหรัฐและการกีดกันทางการค้าจัดขั้วต่างๆ และปัจจัยภายในที่สำคัญคือเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อภายในประเทศซึ่งจะมีผลกับการเติบโตในหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน โดยในเรื่องของกำลังซื้อในประเทศและปัญหาหนี้ครัวเรือนที่นำไปสู่ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งมีผลกับภาคธุรกิจโดยตรง

นายนฤตม์ กล่าวว่า ในส่วนของการลงทุนจริงในปี 2569 นี้ มั่นใจว่าเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากการติดตามเร่งรัดการลงทุนของ BOI และมาตรการ Fast Track ที่รัฐบาลมอบหมายให้ทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ล่าสุดได้ประชุมร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมโยธาธิการและผังเมือง และการไฟฟ้าทั้งหมด

สำหรับภารกิจสำคัญของบีโอไอ ในปี 2569 มี 3 เรื่องหลัก คือ 1.การดึงโครงการลงทุนที่มีคุณภาพในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่จะสร้างการเติบโตให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว มีสร้างการจ้างงานที่มีคุณค่า สร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบในประเทศ และมีการพัฒนาเทคโนโลยีเรื่องการวิจัยพัฒนา

2.การยกระดับปัจจัยที่จะมีผลต่อการตัดสินใจ เช่น เรื่องโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าพลังงานสะอาด เรื่องของบุคลากร และการปรับกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคการลงทุน

3.การเร่งให้เกิดการลงทุนจริงให้มากที่สุดผ่านกลไก Fast Track และการร่วมมือกับพันธมิตรเพื่ออำนวยความสะดวกในการเริ่มต้นธุรกิจให้เร็วที่สุด

 

Trade War พลิกเกม แผนที่ลงทุนโลกเปลี่ยน อาเซียนเนื้อหอม ไทยขึ้นแท่นฮับอุตสาหกรรมใหม่