thansettakij
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ บาทยังแข็งได้อีกถึงกลางปี ก่อนอ่อนค่าครึ่งปีหลัง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ บาทยังแข็งได้อีกถึงกลางปี ก่อนอ่อนค่าครึ่งปีหลัง

30 ม.ค. 2569 | 02:54 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ม.ค. 2569 | 02:54 น.

ทิศทางเงินบาทปี 2569 แนวโน้มผันผวนสูง หลังแข็งค่าแตะระดับ 30.866 บาทต่อดอลลาร์ จากแรงหนุนราคาทองคำและความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน คาดทดสอบ 31.00 บาทช่วงต้นปี ก่อนอ่อนค่าในครึ่งปีหลัง

KEY

POINTS

ทองคำโลกพุ่งทะลุ 5,500 ดอลลาร์ จากความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน คาดหวังเฟดเข้าสู่ดอกเบี้ยขาลง ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าหลุด 31 บาท แข็งค่าสุดรอบเกือบ 5 ปี

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองเงินบาทยังมีโอกาสแข็งค่าทดสอบ 31.00 และ 30.70 บาทต่อดอลลาร์ในช่วง 3-6 เดือนแรก จากแรงหนุนราคาทองคำและปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก

Krungthai GLOBAL MARKETS ชี้เงินบาทยังแกว่งในกรอบ Sideways โดยอาจอ่อนค่าหากทองคำพักฐาน-ตลาดเปลี่ยนมุมมองเฟด-ความเสี่ยงส่งออกและท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

สถานการณ์ราคาทองคำในขณะนี้ (29 มกราคม 2569) ถือเป็น “Super Bullish” อย่างแท้จริง การพุ่งทะลุ 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่คือ การบรรจบกันของพายุสมบูรณ์แบบ (Perfect Storm) ทั้งในแง่สงคราม นโยบายการเงิน และแรงซื้อมหาศาลจากฝั่งเอเชีย 

ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุดเมื่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศส่งกองเรือรบ (Armada) นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln มุ่งหน้าสู่อ่าวเปอร์เซีย พร้อมยื่นคำขาดให้เตหะรานยุติโครงการนิวเคลียร์ทันที ผลักดันเงินทุนไหลเข้าทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) 

ขณะที่การประชุม FOMC ของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ล่าสุด แม้จะคงดอกเบี้ยที่ 3.50% - 3.75% แต่ไม่เอกฉันท์ จุดเปลี่ยนสำคัญคือ คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ และ สตีเฟน มิราน โหวตให้ลดดอกเบี้ย 0.25% ทันที 

วอลเลอร์ถูกมองว่า เป็นตัวเต็งอันดับต้นๆ ที่จะขึ้นเป็นประธานเฟดคนใหม่ในเดือนพฤษภาคมนี้แทน เจอโรม พาวเวลล์ ทำให้ตลาดมั่นใจว่า “ดอกเบี้ยขาลงของจริง” จะเริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน และอาจลดแรงกว่าที่คาด

นอกจากนั้น แม้ทองคำจะทำราคาที่สูงเป็นประวัติการณ์ แต่ไม่ได้ทำให้ความต้องการลดลง แรงซื้อจากเอเชียยังเพิ่มต่อเนื่อง นักลงทุนรายย่อยหันมาเก็บทองคำ เพราะไม่มั่นใจในเสถียรภาพของค่าเงินดอลลาร์ และปัญหาหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ บาทยังแข็งได้อีกถึงกลางปี ก่อนอ่อนค่าครึ่งปีหลัง

ขณะที่ธนาคารกลางหลายประเทศยังคงเข้าซื้อทองคำต่อเนื่อง เพื่อกระจายความเสี่ยงจากเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ 

ราคาทองคำในตลาดโลก (Spot Gold) จึงกลายเป็นสินทรัพย์ที่ร้อนแรงที่สุดในช่วงต้นปี 2569 โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 29 มกราคม 2026 ราคาพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 5,557.86 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นถึง 28.7% ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนแรกของปี 

เป็นการทะยานต่อเนื่องจากปี 2568 ที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นกว่า 64.6% ปัจจัยหลักมาจากการร่วงลงอย่างหนักของ ดัชนีเงินดอลลาร์ (Dollar Index) ที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 96.11 หรือลดลง 2.2% นับจากต้นปี

ราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นยังกดดันให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนหลุดแนว 31 บาทต่อดอลลาร์ ไปแตะระดับ 30.866 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี 10 เดือนครั้งใหม่ นับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2564 ก่อนจะพลิกกลับอ่อนค่าลง แต่หากนับจากต้นปี 2569 เงินบาทแข็งค่าขึ้น 1.5% มาอยู่ที่ระดับ 31.08 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับสิ้นปี 2568 ที่ระดับ 31.55 บาทต่อดอลลาร์ 

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดเปิดเผยถึงทิศทางการเคลื่อนไหวของเงินบาทว่า คาดว่า ปี 2569 การเคลื่อนไหวของเงินบาทมีแนวโน้มผันผวนสูงต่อเนื่องจากปี 2568 โดยตั้งแต่เปิดปี 2569 เป็นต้นมา การเคลื่อนไหวของเงินบาทยังได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอกค่อนข้างมาก  

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด

สถานการณ์นี้น่าจะลากยาวครอบคลุมในช่วง 3-6 เดือนแรกของปี โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง ทิศทางราคาทองคำท่ามกลางความเสี่ยงของภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุ และความกังวลต่อความเป็นอิสระของเฟด ทำให้มองว่า ในระยะสั้น เงินบาทยังมีโอกาสแข็งค่าไปทดสอบ 31.00 และ 30.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ ได้ 

อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งปีหลัง แรงหนุนของเงินบาทน่าจะน้อยลง ซึ่งทำให้เงินบาทมีโอกาสทยอยอ่อนค่าลงตามปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยที่มีความเปราะบางมากขึ้น โดยคาดว่า เงินบาทจะปิดสิ้นปีที่ระดับ 32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ 

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทยกล่าวว่า  ในช่วงเวลานี้ เงินบาท ยังคงมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ Sideways โดยไม่มีทิศทางที่ชัดเจน ซึ่งกรอบแนวต้านอยู่ที่ 31.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 31.50 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

ขณะที่แนวรับจะอยู่ที่ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 31.00 บาทต่อดอลลาร์) การเคลื่อนไหวในช่วงนี้ยังคงมีความไม่แน่นอน และมีการเคลื่อนไหวแบบข้างเคียงในกรอบที่ค่อนข้างแคบ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า ราคาทองคำ (XAUUSD) จะปรับตัวขึ้นต่อเนื่องและทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเงินบาทกับราคาทองคำได้เริ่มเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่มี Correlation สูงเกิน 80% แต่ล่าสุดลดลงเหลือประมาณ 50%-60% ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงแรงซื้อที่มีการไล่ราคาทองคำ (Fear Of Missing Out หรือ FOMO) ที่อาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง 

นอกจากนี้ ปัจจัยที่ส่งผลต่อเงินบาทในช่วงสั้น คือ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่รุนแรงขึ้น ซึ่งหนุนให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น และกดดันเงินบาทผ่านธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันดิบ ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนที่มีการทำธุรกรรมซื้อเงินดอลลาร์จากฝั่งผู้นำเข้า 

ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จนกว่าจะมีการอ่อนค่าทะลุ 31.50 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน ส่วนในระยะกลาง (Time Frame Weekly) เงินบาทยังคงแข็งค่าขึ้นจนกว่าจะมีการอ่อนค่าทะลุ 31.80 บาทต่อดอลลาร์ 

อย่างไรก็ดี เงินบาทอาจอ่อนค่าลงได้อย่างต่อเนื่องหากเกิด 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดที่ชัดเจน เช่น ข้อมูลตลาดแรงงานที่ดีกว่าคาด,การลดลงของราคาทองคำ หรือเข้าสู่ช่วงพักฐานใหม่ และปัจจัยภายในประเทศ เช่น ความเสี่ยงจากการท่องเที่ยว การส่งออก หรือการเปลี่ยนแปลงในนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ

 

หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,171 วันที่ 1 - 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569