thansettakij
คลังคาดเงินบาทปี 69 แข็งค่าต่อเนื่อง เฉลี่ย 32.00 บาท/ดอลลาร์

คลังคาดเงินบาทปี 69 แข็งค่าต่อเนื่อง เฉลี่ย 32.00 บาท/ดอลลาร์

29 ม.ค. 2569 | 06:38 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ม.ค. 2569 | 06:43 น.

คลังกางสมมติฐานเศรษฐกิจปี 2569 คาดเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องแตะ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ รับอานิสงส์เฟดลดดอกเบี้ย-ราคาทองพุ่ง

KEY

POINTS

  • กระทรวงการคลังคาดการณ์ว่าค่าเงินบาทในปี 2569 จะแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง เฉลี่ยอยู่ที่ 32.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
  • ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย, ราคาทองคำที่สูงขึ้น 
  • การแข็งค่าของเงินบาทเป็นไปในทิศทางเดียวกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาค แต่ยังต้องเฝ้าระวังความเสี่ยง

นายวโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงสมมติฐานสำคัญสำหรับ การประมาณการเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะ แนวโน้มค่าเงินบาท ต่อดอลลาร์ ซึ่งมีทิศทางแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คาดการณ์ค่าเงินบาทปี 2569 แข็งค่าขึ้น 2.8%

ในปี 2569 คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวเฉลี่ยอยู่ที่ 32.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยมีกรอบการคาดการณ์อยู่ที่ 31.5 – 32.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการแข็งค่าขึ้นจากปี 2568 ประมาณ 2.8% (โดยในปี 2568 ค่าเงินบาทเฉลี่ยอยู่ที่ 32.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ)

ทั้งนี้ การคาดการณ์ดังกล่าวยังสอดคล้องกับผลสำรวจของนักวิเคราะห์ (Average Forecast) ที่รวบรวมโดย Bloomberg ซึ่งประเมินว่าค่าเงินบาทในปี 2569 จะอยู่ที่เฉลี่ย 32.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐเช่นกัน

ปัจจัยบวกหนุนบาทแข็ง นโยบายเฟด-ราคาทองคำ

สาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางค่าเงินบาทในปี 2569 ประกอบด้วยปัจจัยหลัก ดังนี้

  • นโยบายการเงินของสหรัฐฯ ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง โดยกระทรวงการคลังคาดว่าจะมีการปรับลดเหลือประมาณ 3.0 – 3.25%ต่อปี ซึ่งจะส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลง
  • ราคาทองคำ ทิศทางราคาทองคำที่มีแนวโน้มสูงขึ้น เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 
  • ดุลบัญชีเดินสะพัดและเงินทุนไหลเข้า การกลับมาเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย และแนวโน้มเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ไทยเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อเนื่องมาจากปี 2568

ดัชนีค่าเงินสะท้อนการแข็งค่าตามภูมิภาค

สำหรับดัชนีค่าเงินบาท (Nominal Effective Exchange Rate: NEER) ในปี 2569 คาดว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 120.7 จุด แข็งค่าขึ้น 1.2% จากปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 119.2 จุด อย่างไรก็ตาม การแข็งค่านี้ยังเป็นไปในทิศทางเดียวกับประเทศคู่ค้าหลักของไทยหลายประเทศ เช่น เงินปอนด์สเตอร์ลิง ดอลลาร์ไต้หวัน ดอลลาร์สิงคโปร์ ดองเวียดนาม และวอนเกาหลีใต้ ที่ได้รับผลกระทบจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐเช่นกัน 

ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง

แม้จะมีแนวโน้มแข็งค่า แต่ภาคธุรกิจยังต้องติดตามปัจจัยความผันผวนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสต ซึ่งส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุน (Capital Flow) และการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย นโยบายการเงินและการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจเปลี่ยนแปลงและส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาด และผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว

“ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ต้องติดตาม เพราะอาจส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวปี 2569”