

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดระบุว่า เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องหลุดแนวต้าน 31.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ และแตะระดับ 30.866 บาท ซึ่งถือเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี 10 เดือน นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 ก่อนที่จะปรับตัวกลับมาเคลื่อนไหวที่ระดับ 30.90-30.92 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ (8.35 น.) เทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันก่อนที่ 31.05 บาทต่อดอลลาร์ฯ
การแข็งค่าของเงินบาทในช่วงนี้ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นทำสถิติ All-time high ครั้งใหม่ รวมถึงการแข็งค่าของสกุลเงินเอเชียโดยเฉพาะเงินเยนที่ยังปรับตัวแข็งค่าต่อเนื่อง ท่ามกลางการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
หลังจากที่ตลาดเริ่มกังวลต่อการดำเนินนโยบายทางการเงินของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีความไม่แน่นอนสูงเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานเฟดคนถัดไปและความเสี่ยงจากภาวะการปิดรัฐบาล (Government Shutdown) ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า เงินบาทสามารถทะลุผ่านโซนแนวรับที่ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ได้อีกครั้ง และกำลังเคลื่อนไหวในกรอบ 30.89-31.13 บาทต่อดอลลาร์ฯ
แรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ที่เผชิญแรงขายจากตลาด โดยเฉพาะหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงท่าทีไม่กังวลต่อการอ่อนค่าของดอลลาร์ในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ (28 ม.ค. 2569) คาดว่าจะอยู่ในช่วง 30.80-31.05 บาทต่อดอลลาร์ฯ ซึ่งปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ สัญญาณการปรับอัตราดอกเบี้ยของเฟดจากผลการประชุมคืนนี้ การเคลื่อนไหวของเงินเยนและราคาทองคำตลาดโลก และการไหลเวียนของฟันด์โฟลว์จากนักลงทุนต่างชาติ
นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังเผชิญกับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนในนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ซึ่งนักลงทุนคาดว่าเฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยมีความคาดหวังว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยได้ถึงสองครั้ง ขณะที่ตลาดยังจับตาผลการประชุมเฟดในคืนนี้เพื่อหาสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคต
การแข็งค่าของเงินบาทในช่วงนี้อาจยังคงเป็นไปอย่างจำกัดในระยะสั้น หากตลาดยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากประเด็นต่างๆ ในสหรัฐฯ และการแทรกแซงค่าเงินของประเทศคู่ค้าหลัก อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดว่าเงินบาทอาจทดสอบระดับ 30.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ได้ในกรณีที่เงินดอลลาร์ยังคงอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวถึงข้างต้น