thansettakij
ความเสี่ยงโลกปะทุ ดันทองคำต่อวิ่งรอบขึ้น จับตาชนเป้าหมาย 79,000 บาท

ความเสี่ยงโลกปะทุ ดันทองคำต่อวิ่งรอบขึ้น จับตาชนเป้าหมาย 79,000 บาท

29 ม.ค. 2569 | 23:30 น.

กูรูชี้สงครามการค้า ดอลลาร์อ่อน–เสี่ยงชัตดาวน์สหรัฐ ดันทองเด่นในฐานะ Safe Haven ลุ้นชนแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 79,000 บาท แนะกลยุทธ์รอจังหวะย่อตัวแนวรับที่ 74,500 / 73,300 บาท

KEY

POINTS

  • มีการประเมินว่าราคาทองคำยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยมีเป้าหมายแนวต้านสำคัญที่ระดับ 79,000 บาท
  • ปัจจัยหนุนมาจากความเสี่ยงทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งความขัดแย้งทางการค้า, การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ และความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐฯ
  • สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น เป็นอีกแรงผลักดันให้นักลงทุนเข้าถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ประเมินทิศทางราคาทองคำในสัปดาห์นี้ (30 ม.ค.- 2 ก.พ.69) ยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้น โดยให้ระดับราคา 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 79,000 บาท เป็นเป้าหมายแนวต้านจิตวิทยาที่สำคัญที่ราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นไปถึง

ดังนั้น จึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนรอจังหวะย่อตัวเพื่อเข้าซื้อ มากกว่าการไล่ราคา โดยโซนที่น่าจับตาอยู่บริเวณ 5,100 / 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 74,500 / 73,300 บาท ซึ่งอาจทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญของการสะสมแรงซื้อรอบใหม่

ทั้งนี้ หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อย่างชัดเจน หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 73,000 บาท จะเป็นสัญญาณว่าโมเมนตัมขาขึ้นยังแข็งแกร่ง และอาจเปิดทางให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นสู่เป้าหมายถัดไปบริเวณ 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 79,000 บาท

ปัจจัยหนุนตลาดทองคำมีแรงซื้อเพิ่มขึ้น จากความเสี่ยงสงครามการค้า ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณแข็งกร้าวด้านการค้า โดยขู่ว่าจะปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากเกาหลีใต้ จากปัจจุบัน 15% เป็น 25% ซึ่งสะท้อนความเป็นไปได้ของสงครามการค้ารอบใหม่และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก 

ล่าสุดประธานาธิบดีทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์ว่าไม่กังวลต่อการอ่อนค่าของดอลลาร์ ทำให้ตลาดตีความว่าเป็นการยอมให้ดอลลาร์อ่อนค่าได้มากกว่าที่ผ่านมา กลายเป็นแรงเร่งให้เกิดการลดสัดส่วนการถือครองดอลลาร์ รวมถึงการโยกเงินเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น

นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาความเสี่ยงจาก ภาวะชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ หลังเดโมแครตขู่บล็อกกฎหมายงบประมาณ หากไม่ปรับลดงบกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ โดยมีเส้นตายวันที่ 30 มกราคมเป็นจุดชี้ขาด

โดยความขัดแย้งทางการเมืองที่ทวีความรุนแรงอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในดอลลาร์และนโยบายการคลัง ซึ่งมักถูกตีความว่าเป็นสัญญาณเพิ่มความเสี่ยงและหนุนให้ทองคำมีน้ำหนักมากขึ้นในพอร์ตการลงทุน

ขณะเดียวกันสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง มีแนวโน้มยกระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้นหลังสหรัฐฯ ส่งกองกำลังเรือรบเข้าไปเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน ท่ามกลางการประเมินที่ให้ความเป็นไปได้ของการโจมตีในระดับสูง แม้การเคลื่อนกำลังอาจเป็นเพียงเกมเชิงยุทธศาสตร์

แต่ภาพรวมตลาดตอบสนองต่อความเสี่ยงล่วงหน้า หากเกิดการปะทะจริง จะส่งผลกระทบที่ทำให้ลุกลามจากตลาดพลังงานไปสู่สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก และยกระดับบทบาททองคำในฐานะ Safe Haven อย่างชัดเจนมากขึ้น