thansettakij
ทองผันผวนหนัก ประกาศปรับราคา 52 ครั้ง เพิ่มสุทธิ 50 บาท ทองรูปพรรณขายออก 82,300 บาท

ทองผันผวนหนัก ประกาศปรับราคา 52 ครั้ง เพิ่มสุทธิ 50 บาท ทองรูปพรรณขายออก 82,300 บาท

29 ม.ค. 2569 | 09:20 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ม.ค. 2569 | 09:31 น.

ตลาดทองคำไทยผันผวนรุนแรง สมาคมค้าทองคำประกาศปรับราคาวันเดียวสูงถึง 52 ครั้ง ส่งผลทองรูปพรรณพุ่งทะลุ 82,300 บาท นายกสมาคมฯ เผยเป็นสถานการณ์ที่ไม่เคยเจอในรอบ 40 ปี เตือนสายเก็งกำไรระวังการพักฐานแรง

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ตลาดทองคำในประเทศเผชิญกับแรงกระแทกจากปัจจัยต่างประเทศอย่างหนัก โดยสมาคมค้าทองคำมีการประกาศปรับราคาทองคำระหว่างวันถี่ยิบถึง 52 ครั้ง ซึ่งครั้งล่าสุดเมื่อเวลา 15.56 น. ราคาสุทธิปรับเพิ่มขึ้น 50 บาทจากวันก่อนหน้า

ส่งผลให้ทองแท่ง รารับซื้ออยู่ที่ 81,400 บาทต่อบาททองคำ ราคาขายออก 81,500 บาทต่อบาททองคำ  เมื่อเวลา และทองรูปพรรณ ราคารับซื้อที่ 79,771.92 บาทต่อบาททองคำ และราคาขายออกที่ 82,300 บาทต่อบาททองคำ  โดยที่ราคาทองโลก (Gold Spot) 5,520 ดอลลาร์ต่ออนซ์ และค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.20 บาทต่อดอลลาร์  

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำเปิดเผยว่า สถานการณ์ในขณะนี้ถือว่า "ผิดปกติ" อย่างมาก มีการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงและรวดเร็ว โดยสาเหตุหลักมาจากปัจจัยสงครามการค้าและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงความกังวลเรื่องปัญหาหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ชัตดาวน์ (U.S. Government Shutdown) ที่จ่อคิวเกิดขึ้นในระยะต่อไป

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ

"ถ้าคุณทรัมป์ยังอยู่ โอกาสที่ราคาทองจะปรับขึ้นไปอีกก็ยังมี เพราะมักจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเสมอ สถานการณ์ขณะนี้ถือเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยเจอมาก่อนในรอบ 40 ปีของการทำธุรกิจ" นายจิตติ กล่าว

นายกสมาคมค้าทองคำยังได้คาดการณ์ภาพรวมทั้งปีว่า ราคาทองคำอาจปรับตัวขึ้นได้อีกราว 40% หรือไปแตะระดับ 6,030 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยสถิติระบุว่าในปี 2568 ราคาปรับเพิ่มขึ้นมาแล้วถึง 65% และเพียงแค่ช่วงเดือนมกราคมปีนี้ ราคาพุ่งไปแล้วกว่า 20% ซึ่งสะท้อนถึงแรงซื้อสะสมจากกองทุนขนาดใหญ่ที่เข้าเก็งกำไรอย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม ฝากคำเตือนถึงนักลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มเก็งกำไรระยะสั้น ให้ใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด เนื่องจากราคาที่พุ่งขึ้นแรงกว่า 200 ดอลลาร์ในวันเดียว โดยไม่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจรองรับที่ชัดเจน อาจนำไปสู่การปรับตัวพักฐานหรือราคาร่วงลงแรงได้ทุกเมื่อ

ส่วนนักลงทุนระยะยาวยังคงมีทิศทางที่สดใสตราบเท่าที่นโยบายของสหรัฐฯ ยังคงสร้างความผันผวนให้กับตลาดโลก