

KEY
POINTS
การชะลอตัวของกำไรสุทธิ: ธนาคารไทยเผชิญการชะลอตัวของกำไรสุทธิเป็นปีที่สอง จากผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยต่ำและสินเชื่อหดตัว
การเพิ่มรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย: ธนาคารสามารถบรรเทาผลกระทบจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงด้วยการเพิ่มรายได้จากการลงทุนและค่าธรรมเนียมบริการ
การจัดการหนี้เสียและต้นทุน: ธนาคารต้องเน้นการจัดการหนี้เสียและควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพในปี 2569 เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ปี 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ธนาคารพาณิชย์ไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายในหลายด้าน โดยเฉพาะการบริหารต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานท่ามกลางสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจที่ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ข้อมูลจากงบการเงินธนาคารพาณิชย์ในปี 2568 ชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการประคองผลประกอบการภายใต้แรงกดดันจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ย ซึ่งปีนี้คาดว่า จะยังคงถูกกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่มีโอกาสลดลงและการฟื้นตัวช้าของสินเชื่อ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า โจทย์สำคัญของธุรกิจแบงก์ปี 2569 จะอยู่ที่ 3 เรื่องหลักคือ
1. การกระจายแหล่งรายได้
ประเด็นสำคัญที่ธนาคารพาณิชย์จะต้องให้ความสำคัญในปี 2569 คือ การกระจายแหล่งรายได้ โดยเฉพาะรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย เช่น ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและบริการทางการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งเริ่มเติบโตได้ดีในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา การขยายฐานลูกค้าและการพัฒนาแพลตฟอร์มการให้บริการทางการเงินรวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรจะเป็นกุญแจสำคัญในการขยายการเติบโตในส่วนนี้
ขณะเดียวกัน ผลตอบแทนจากการปล่อยสินเชื่อคาดว่าจะชะลอลง และส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ก็อาจปรับลดลงจากปีที่แล้ว
2. การบริหารจัดการต้นทุน
การควบคุมต้นทุนจะเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่ธนาคารพาณิชย์ต้องให้ความสำคัญ โดยปีนี้คาดว่าธนาคารจะมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติ เช่น การลดจำนวนสาขา การปรับขนาดและโมเดลการให้บริการสาขา
รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงานและให้บริการลูกค้า เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การปรับโครงสร้างแหล่งเงินกู้ยืมและเงินฝากเพื่อจัดการสภาพคล่องและลดต้นทุนเงินฝากก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ธนาคารจะต้องทำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคาดว่าต้นทุนเงินฝากในปีนี้จะปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง
3. การจัดการคุณภาพสินทรัพย์
การจัดการปัญหาคุณภาพสินทรัพย์เป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่ท้าทายสำหรับธนาคารในปี 2569 โดยเฉพาะการบริหารสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ธนาคารจะต้องเฝ้าระวังการไหลตกชั้นของหนี้ดีและการไถลลงของหนี้ที่เริ่มมีปัญหาการชำระคืน รวมถึงการเร่งปรับโครงสร้างหนี้และการควบคุมสินเชื่อใหม่ด้วยความระมัดระวัง คาดว่า สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมของกลุ่มธนาคารในปีนี้อาจปรับตัวอยู่ในกรอบ 3.05-3.25%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ปี 2568 เป็นปีที่กลุ่มธนาคารไทยต้องเผชิญกับความท้าทายในการประคองผลการดำเนินงาน โดยการชะลอตัวของกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่สอง แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันที่ธนาคารต้องรับมือ โดยเฉพาะจากการปรับตัวลงของอัตราดอกเบี้ยในประเทศและการหดตัวของสินเชื่อที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังสามารถเพิ่มรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ซึ่งได้แก่ กำไรจากการลงทุน กำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิครั้งแรกในรอบ 4 ปี