สถานการณ์ความไม่สงบและการเข้าแทรกแซงของสหรัฐอเมริกาในประเทศเวเนซุเอลา “นารี อภิเศวตกานต์” นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ระบุว่า อาจส่งผลต่อราคาน้ำมันให้ปรับขึ้นในระยะสั้น เนื่องจากเวเนซุเอลาเป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก
โดยมีปริมาณสูงถึง 303,000 ล้านบาร์เรล หรือคิดเป็นสัดส่วน 17-20% ของปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลก
แม้ในอดีตเวเนซุเอลาจะเคยเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่มีกำลังการผลิตสูงถึง 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็น 7% ของโลก แต่ด้วยวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ปัจจุบันกำลังการผลิตลดลงอย่างรุนแรงเหลือเพียง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นเพียง 0.8% ของกำลังการผลิตทั่วโลกเท่านั้น
ในแง่ของโครงสร้างผลิตภัณฑ์ น้ำมันที่ผลิตจากเวเนซุเอลาส่วนใหญ่เป็นน้ำมันหนัก (Heavy Oil) ซึ่งใช้สำหรับกระบวนการผลิตน้ำมันดีเซลและยางมะตอย โดยมีประเทศจีนเป็นลูกค้ารายหลัก
“เราคาดว่า ข่าวดังกล่าวอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันให้ปรับขึ้นในระยะสั้น เนื่องจากการผลิตของปท. ดังกล่าวไม่มากและยังโดนมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐ ซึ่งในอนาคตหากสหรัฐเข้าไปจัดการปัญหาดังกล่าว เราคาดว่าจะทำให้อุปทานน้ำมันในตลาดเพิ่มขึ้นจากเวเนซูเอลาด้วย”
สำหรับผลกระทบต่อประเทศไทยนั้นคาดว่า ส่งผลกระทบในวงจำกัด เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้มีการนำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาเป็นสัดส่วนหลัก ดังนั้นความผันผวนที่เกิดขึ้นจึงอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันในประเทศเพียงเล็กน้อยตามกลไกราคาตลาดโลก แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของไทยโดยตรง