
จีนรุกตั้งโรงงานแผงโซลาร์เซลล์ เอกชนจี้รัฐคุมมาตรฐานผลิตหวั่นสหรัฐฯอียูกีดกันสินค้าไทย
ผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์จากจีนแห่บุกไทย 5-6 ราย กำลังผลิต 1-2 พันเมกะวัตต์ ตีตราไทยแลนด์ส่งออก เอกชนไทยหวั่นผลิตสินค้าไม่ได้มาตรฐาน จะลากสินค้าไทยได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯและยุโรป จี้ภาครัฐออกมาตรการควบคุมโดยด่วน พร้อมทั้งเสนอให้ตั้งราคากลางของสินค้า แก้ปัญหาแผงโซลาร์เซลล์ราคาถูกไม่ได้มาตรฐานนำเข้ามาแข่ง
นางปัทมา วงษ์ถ้วยทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่ากรณีที่กระทรวงพลังงานต้องการส่งเสริมการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ในประเทศไทยนั้น ต้องยอมรับว่าปัจจุบันธุรกิจของไทยยังมีข้อเสียเปรียบคู่แข่งอยู่ โดยเฉพาะจีนที่มีการส่งเสริมโซนนิ่งอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ ทำให้อุตสาหกรรมเกิดต่อเนื่องมีการลงทุนในพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมแผงเซลล์ของไทยที่อยู่กระจายในแต่ละพื้นที่ ทำให้ต้องเสียค่าต้นทุนโลจิสติกส์สูงกว่า รวมทั้งต้องมีการลงทุนคลังสต๊อกสินค้าด้วย
ขณะเดียวกันนโยบายส่งเสริมแผงเซลล์ของไทยยังไม่มีมาตรการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการในประเทศก่อน เทียบกับสหรัฐอเมริกา และยุโรป จะมีการตั้งกำแพงภาษี 40% สำหรับแผงเซลล์จากจีนและไต้หวัน เนื่องจากที่ผ่านมาสินค้าดังกล่าวมีการลดราคาต่ำกว่าตลาดจนส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในประเทศ และหากเอกชนรายใดที่ต้องการใช้แผงเซลล์ของจีนและไต้หวัน ก็ต้องเสียภาษีนำเข้าเพิ่มอีก 35% แต่ประเทศไทยยังไม่มีมาตรการเหล่านี้ รวมทั้งยังไม่มีมาตรฐานควบคุมคุณภาพสินค้ามาตรฐานไทยด้วย
นอกจากนี้ภาครัฐควรจัดตั้งหน่วยงานเพื่อเข้ามาตรวจสอบการผลิตของโรงงานให้เป็นไปตามมาตรฐานไทย ไม่ใช่การนำเข้าจากจีนแล้วมาเปลี่ยนตราสินค้าใหม่ ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีผู้ประกอบการจีนที่เข้ามาลงทุนโรงงานผลิตแผงเซลล์หลายราย ตีตราสินค้าผลิตจากประเทศไทยเพื่อส่งออก ดังนั้นหากไม่มีการควบคุมมาตรฐานสินค้า จะทำให้สินค้าที่ส่งออกไปไม่ได้มีมาตรฐาน และอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมสินค้าของไทยทั้งหมด ยกตัวอย่าง ประเทศมาเลเซียที่กำลังถูกเพ็งเล็งจากยุโรปและสหรัฐอเมริกา เพราะมีการส่งออกสินค้าจีนที่เข้าไปลงทุนในมาเลเซีย ดังนั้นจึงไม่ต้องการให้ประเทศไทยรับผลกระทบเช่นนี้
นางปัทมา กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการของไทยที่ผลิตแผงเซลล์ 5-6 ราย กำลังการผลิตรวม 400 เมกะวัตต์ และผู้ประกอบการจีนที่เข้ามาลงทุนในไทยและอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานในช่วง 1-2 ปีนี้อีก 5 ราย คาดว่าจะมีกำลังการผลิตรวม 1-2 พันเมกะวัตต์ ดังนั้นเมื่อมีผู้ประกอบการผลิตแผงเซลล์เพิ่มขึ้น ภาครัฐจำเป็นต้องเข้มงวดคุณภาพสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานทั้งหมด
“สินค้าของโซลาร์ตรอน แม้ว่าจะไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับสินค้าของจีนได้ แต่เราแข่งขันด้านคุณภาพสินค้า และดีไซด์ เนื่องจากแผงเซลล์ของบริษัท ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้กับประเทศที่มีอากาศร้อน ต่างจากแผงจีนที่เหมาะสมกับอากาศหนาว นอกจากนี้บริษัทยังจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงมีการตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ส่วนโรงงานอื่นๆ ก็ยังไม่มีหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบมาตรฐานการผลิต ดังนั้นรัฐน่าจะมีการบริหารจัดการส่วนนี้”
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริษัทเคยเสนอผ่านไปยังชมรมผู้ผลิตแผงเซลล์ไปแล้ว โดยต้องการให้หน่วยงานของภาครัฐเข้าไปตรวจสอบ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าของไทย รวมทั้งทางกระทรวงพลังงานก็รับหนังสือเกี่ยวกับข้อเสนอด้านคุณภาพมาตรฐานสินค้าไปแล้ว แต่ก็ไม่สามารถบังคับเอกชนให้มาใช้สินค้าที่มีมาตรฐานไทยได้ เพราะส่วนใหญ่เอกชนยังคงเลือกใช้แผงเซลล์ที่มีราคาถูกกว่า และต้องรับความเสี่ยงแผงเซลล์ที่ผลิตไฟฟ้าไม่ได้ตามมาตรฐานเอง แต่กรณีนี้ยังไม่มีความน่ากังวล เพราะแม้ว่าสินค้าคุณภาพต่ำ แต่ก็ยังใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือการนำเข้าสินค้าราคาถูกมาติดตั้ง ทำให้เงินรั่วไหลออกนอกประเทศทั้งหมด
นอกจากนี้ภาครัฐควรส่งเสริมให้ใช้สินค้าจากผู้ประกอบการในประเทศก่อน รวมทั้งควรตั้งราคากลางที่สะท้อนราคาสินค้าในประเทศ ไม่ใช่อิงราคานำเข้า เพราะหากตั้งราคาต่ำเกินไป เชื่อว่าคงไม่มีผู้ประกอบการของไทยรายใดเข้าประมูลแข่งขัน เพราะต้นทุนคงสู้สินค้าจากจีนไม่ได้ ดังนั้นหากภาครัฐต้องการส่งเสริมการผลิตแผงเซลล์ในไทย จะต้องเน้นเรื่องมาตรฐานก่อน เพราะแม้ว่าผู้ประกอบการจีนจะเข้ามาลงทุนในไทย ก็ต้องมีมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งแรงงานของไทยยังได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้วย ไม่ใช่เป็นการนำเข้าแล้วมาประกอบชิ้นส่วนเท่านั้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,168 วันที่ 23 - 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559
นางปัทมา วงษ์ถ้วยทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่ากรณีที่กระทรวงพลังงานต้องการส่งเสริมการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ในประเทศไทยนั้น ต้องยอมรับว่าปัจจุบันธุรกิจของไทยยังมีข้อเสียเปรียบคู่แข่งอยู่ โดยเฉพาะจีนที่มีการส่งเสริมโซนนิ่งอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ ทำให้อุตสาหกรรมเกิดต่อเนื่องมีการลงทุนในพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมแผงเซลล์ของไทยที่อยู่กระจายในแต่ละพื้นที่ ทำให้ต้องเสียค่าต้นทุนโลจิสติกส์สูงกว่า รวมทั้งต้องมีการลงทุนคลังสต๊อกสินค้าด้วย
ขณะเดียวกันนโยบายส่งเสริมแผงเซลล์ของไทยยังไม่มีมาตรการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการในประเทศก่อน เทียบกับสหรัฐอเมริกา และยุโรป จะมีการตั้งกำแพงภาษี 40% สำหรับแผงเซลล์จากจีนและไต้หวัน เนื่องจากที่ผ่านมาสินค้าดังกล่าวมีการลดราคาต่ำกว่าตลาดจนส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในประเทศ และหากเอกชนรายใดที่ต้องการใช้แผงเซลล์ของจีนและไต้หวัน ก็ต้องเสียภาษีนำเข้าเพิ่มอีก 35% แต่ประเทศไทยยังไม่มีมาตรการเหล่านี้ รวมทั้งยังไม่มีมาตรฐานควบคุมคุณภาพสินค้ามาตรฐานไทยด้วย
นอกจากนี้ภาครัฐควรจัดตั้งหน่วยงานเพื่อเข้ามาตรวจสอบการผลิตของโรงงานให้เป็นไปตามมาตรฐานไทย ไม่ใช่การนำเข้าจากจีนแล้วมาเปลี่ยนตราสินค้าใหม่ ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีผู้ประกอบการจีนที่เข้ามาลงทุนโรงงานผลิตแผงเซลล์หลายราย ตีตราสินค้าผลิตจากประเทศไทยเพื่อส่งออก ดังนั้นหากไม่มีการควบคุมมาตรฐานสินค้า จะทำให้สินค้าที่ส่งออกไปไม่ได้มีมาตรฐาน และอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมสินค้าของไทยทั้งหมด ยกตัวอย่าง ประเทศมาเลเซียที่กำลังถูกเพ็งเล็งจากยุโรปและสหรัฐอเมริกา เพราะมีการส่งออกสินค้าจีนที่เข้าไปลงทุนในมาเลเซีย ดังนั้นจึงไม่ต้องการให้ประเทศไทยรับผลกระทบเช่นนี้
นางปัทมา กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการของไทยที่ผลิตแผงเซลล์ 5-6 ราย กำลังการผลิตรวม 400 เมกะวัตต์ และผู้ประกอบการจีนที่เข้ามาลงทุนในไทยและอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานในช่วง 1-2 ปีนี้อีก 5 ราย คาดว่าจะมีกำลังการผลิตรวม 1-2 พันเมกะวัตต์ ดังนั้นเมื่อมีผู้ประกอบการผลิตแผงเซลล์เพิ่มขึ้น ภาครัฐจำเป็นต้องเข้มงวดคุณภาพสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานทั้งหมด
“สินค้าของโซลาร์ตรอน แม้ว่าจะไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับสินค้าของจีนได้ แต่เราแข่งขันด้านคุณภาพสินค้า และดีไซด์ เนื่องจากแผงเซลล์ของบริษัท ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้กับประเทศที่มีอากาศร้อน ต่างจากแผงจีนที่เหมาะสมกับอากาศหนาว นอกจากนี้บริษัทยังจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงมีการตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ส่วนโรงงานอื่นๆ ก็ยังไม่มีหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบมาตรฐานการผลิต ดังนั้นรัฐน่าจะมีการบริหารจัดการส่วนนี้”
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริษัทเคยเสนอผ่านไปยังชมรมผู้ผลิตแผงเซลล์ไปแล้ว โดยต้องการให้หน่วยงานของภาครัฐเข้าไปตรวจสอบ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าของไทย รวมทั้งทางกระทรวงพลังงานก็รับหนังสือเกี่ยวกับข้อเสนอด้านคุณภาพมาตรฐานสินค้าไปแล้ว แต่ก็ไม่สามารถบังคับเอกชนให้มาใช้สินค้าที่มีมาตรฐานไทยได้ เพราะส่วนใหญ่เอกชนยังคงเลือกใช้แผงเซลล์ที่มีราคาถูกกว่า และต้องรับความเสี่ยงแผงเซลล์ที่ผลิตไฟฟ้าไม่ได้ตามมาตรฐานเอง แต่กรณีนี้ยังไม่มีความน่ากังวล เพราะแม้ว่าสินค้าคุณภาพต่ำ แต่ก็ยังใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือการนำเข้าสินค้าราคาถูกมาติดตั้ง ทำให้เงินรั่วไหลออกนอกประเทศทั้งหมด
นอกจากนี้ภาครัฐควรส่งเสริมให้ใช้สินค้าจากผู้ประกอบการในประเทศก่อน รวมทั้งควรตั้งราคากลางที่สะท้อนราคาสินค้าในประเทศ ไม่ใช่อิงราคานำเข้า เพราะหากตั้งราคาต่ำเกินไป เชื่อว่าคงไม่มีผู้ประกอบการของไทยรายใดเข้าประมูลแข่งขัน เพราะต้นทุนคงสู้สินค้าจากจีนไม่ได้ ดังนั้นหากภาครัฐต้องการส่งเสริมการผลิตแผงเซลล์ในไทย จะต้องเน้นเรื่องมาตรฐานก่อน เพราะแม้ว่าผู้ประกอบการจีนจะเข้ามาลงทุนในไทย ก็ต้องมีมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งแรงงานของไทยยังได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้วย ไม่ใช่เป็นการนำเข้าแล้วมาประกอบชิ้นส่วนเท่านั้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,168 วันที่ 23 - 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559






