thansettakij
thansettakij
สบน.ย้ำแผนลงทุนรัฐใน 6ปี คุมหนี้สาธารณะ 60% ของจีดีพี/สิ้นเม.ย.แตะ 44.09%

สบน.ย้ำแผนลงทุนรัฐใน 6ปี คุมหนี้สาธารณะ 60% ของจีดีพี/สิ้นเม.ย.แตะ 44.09%

22 มิ.ย. 59 | 11:00 น.
สบน.ย้ำร่างแก้ไขขอบเขต "หนี้สาธารณะ" และเพิ่มเติม "เงินกู้ที่เป็นความเสี่ยงทางการคลัง"ทำให้เห็นภาพรวมของภาครัฐ /ระบุร่างกฎหมายฯยัง รองรับทั้งการก่อหนี้และนำรายได้จัดเก็บจากเงินภาษีลงทุนของอปท.ในอนาคต หลังพบมีช่องให้สามารถนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติในหลักการร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การบริหรหนี้สาธารณะ(ฉบับที่...)พ.ศ.(เมื่อ 14 มิ.ย. 59) โดยภาพรวมการแก้ไขกฎหมายการบริหารหนี้สาธารณะในครั้งนี้จะทำให้การกำกับดูแลหนี้ของภาครัฐ มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีการแบ่งกลุ่มหนี้ของภาครัฐออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มของ "หนี้สาธารณะ" ซึ่งเป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังมีอำนาจบริหารจัดการและรับผิดชอบได้ตามกฎหมาย (ซึ่งประกอบด้วย หนี้เงินกู้ของกระทรวงการคลัง รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ และหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน) ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย และกลุ่มของ "หนี้เงินกู้ที่เป็นความเสี่ยงทางการคลัง" ซึ่งเป็นกลุ่มของหนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) หน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย, องค์การมหาชน มหาลัยในกำกับของรัฐ กองทุนนิติบุคคลและหน่วยงานภาคการเงิน ซึ่งมีอิสระในการบริหารจัดการการคลังและงบประมาณของตนเอง ซึ่งกฎหมายการบริหารหนี้สาธารณะในปัจจุบัน (มาตรา 19) กำหนดชัดเจนว่า ห้ามกระทรวงการคลังหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐเข้ารับผิดชอบ ค้ำประกัน หรือตั้งงบประมาณเพื่อชำระหนี้ให้แก่หน่วยงานดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังเห็นว่ามีความจำเป็นต้องมีการรายงานข้อมูลและการกำกับดูแลหนี้ของหน่วยงานดังกล่าวเพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์หนี้โดยรวมอย่างครบถ้วนและครอบคลุม โดยผ่านกลไกของ คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารสาธารณะ ที่ได้มีการแก้ไขอำนาจหน้าที่ให้สอดคล้องกัน

ทั้งนี้ การแก้ไขขอบเขต "หนี้สาธารณะ" และเพิ่มเติม "หนี้เงินกู้ที่เป็นความเสี่ยงทางการคลัง" ดังกล่าวนอกจากไม่มีผลทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นแต่อย่างใดแล้วยังทำให้สาธารณชนได้เห็นภาพรวมของหนี้ภาครัฐที่อาจเป็นความเสี่ยงทางการคลังได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

นางสุณี เอกสมทราเมษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า การแก้ไขกฎหมายให้ สบน.สามารถทราบถึงที่มาที่ไปของหนี้ วงเงินการก่อหนี้ในภาพรวม ตลอดจนทำให้เกิดการทุจริตเชิงนโยบายที่ทำผ่านโครงการทำได้ยากขึ้น อีกทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มอนาคตเนื่องจากจะมีการลงทุนทั้งจากอปท. รวมถึงการที่ ปี 2560 พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะเสริมให้หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มจากการจัดเก็บภาษีและมีส่วนทำให้สามารถนำเม็ดเงินดังกล่าวไปลงทุน ดังนั้นจำเป็นอย่างมาก หากจะต้องทราบว่า อปท. แต่ละแห่งเมื่อมีรายได้เพิ่มแล้วนำไปลงทุนหรือมีแผนที่จะกู้เงินไปในทิศทางไหน

อย่างไรก็ตาม การที่กฎหมายขอให้อปท.รายงานตัวเลขหนี้เข้ามาจะสามารถทำให้สามารถเช็คยอดหนี้ที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ประกอบกับปัจจุบันยังมีการตรวจสอบพบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในอปท.นั้น คือ มีช่องว่างให้สามารถทำนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

"จากนี้ต่อไป แต่ละหน่วยงานจะต้องรายงานตัวเลขหนี้เข้ามาให้สบน. อย่างปัจจุบัน ธปท.มีสัดส่วนหนี้สาธารณะกว่า 3 ล้านล้านบาท หนี้ของแบงก์เฉพาะกิจ(ที่กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน) 4.8 แสนล้านบาท หรือหนี้ของ อปท.อีก 3.3-3.4 หมื่นล้านบาทและหนี้ของหน่วยงานอื่นที่เหลืออีก 1.2 หมื่นล้านบาทซึ่งยืนยันว่าการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ไม่ทำให้หนี้สาธารณะของไทยเปลี่ยนแปลงไปจากโดยเดือนมีนาคม 2559 อยู่ที่ 6 ล้านล้านบาทหรือ 44.03% ของจีดีพี และแม้จะมีการกำหนดแผนลงทุนของรัฐบาลระยะ 5-6 ปีข้างหน้าหนี้สาธารณะจะไม่ขยายตัวเกิน 60% ของจีดีพีอย่างแน่นอน"

[caption id="attachment_64237" align="aligncenter" width="428"] สุวิชญ โรจนวานิช สุวิชญ โรจนวานิช[/caption]

ด้านนายนายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการ สบน. กล่าวว่า หนี้สาธารระคงค้างเดือนเมษายนอยู่ที่ 6.05 ล้านล้านบาท หรือ 44.09% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 44.03% ของจีดีพี ทั้งนี้การเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะ 0.06% เป็นหนี้ของรัฐบาล 4.47 ล้านล้านบาท ที่ได้เพิ่มขึ้นสุทธิ 4.25 หมื่นล้านบาท โดยมาจากการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 4.64 หมื่นล้านบาท การกู้เงินเพื่อการลงทุนจากแหล่งเงินกู้ในประเทศและต่างประเทศ อีก 2,582.40 ล้านบาท เพื่อให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยมากู้ต่อ คิดเป็น 1,240.73 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง และปล่อยกู้ให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทยสำหรับดำเนินโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง และโครงการปรับปรุงรถไฟที่ไม่ปลอดภัยอีก 8 สายทาง รวม 1,314.67 ล้านบาท

ทั้งนี้ หนี้สาธารณะ จำนวน 6.05 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ในประเทศ 5.69ล้านล้านบาท หรือ 94.13% และหนี้ต่างประเทศ 3.55 แสนล้านบาท(ประมาณกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) หรือ 5.87% ของหนี้สาธารณะคงค้างทั้งหมด ซึ่งแบ่งออกเป็นหนี้ระยะยาว 5.27 ล้านล้านบาท หรือ 87.16% และหนี้ระยะสั้น 7.76 แสนล้านบาทหรือ 12.84% ของหนี้สาธารณะคงค้างทั้งหมด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,167 วันที่ 19 - 22 มิถุนายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market