thansettakij
thansettakij
‘เชาว์เอ็นเนอร์ยี่’ ก่อนไอพีโอ ลุยโซลาร์ฟาร์มญี่ปุ่น 50 MW /เป้าต่อไปฟิลิปปินส์

‘เชาว์เอ็นเนอร์ยี่’ ก่อนไอพีโอ ลุยโซลาร์ฟาร์มญี่ปุ่น 50 MW /เป้าต่อไปฟิลิปปินส์

15 มิ.ย. 59 | 00:00 น.
เชาว์ สตีลฯ ส่งบริษัทลูก"เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่" ยื่นไฟล์ลิ่งไตรมาส 3 ระดมทุนตลาดเอ็ม เอ ไอ ขายไอพีโอ 380 ล้านหุ้น ผลดีแม่ได้ลดสัดส่วนหนี้สินต่อทุนจากปัจจุบันสูงปรี๊ดถึง 5 เท่า เปิดแผนเตรียมก่อสร้างโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มที่ญี่ปุ่น 50 เมกกะวัตต์ ใช้เงินลงทุน 5 พันล้านบาท เล็งออกหุ้นกู้ปลายปีนี้ 2 พันล้านบาท

[caption id="attachment_62002" align="aligncenter" width="375"] อนาวิล จิรธรรมคีรี อนาวิล จิรธรรมคีรี[/caption]

นายอนาวิล จิรธรรมคีรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เชาว์ สตีลอินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน)(บมจ.)( CHOW)เปิดเผยว่า บริษัทฯกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อนำบมจ. เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ (CE) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ(mai) ภายในปีนี้ โดยคาดว่าจะสามารถยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟล์ลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในช่วงไตรมาสที่ 3/59 ซึ่ง CE จะเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนครั้งแรก (IPO) ประมาณ 380 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท โดยแบ่งเป็นเสนอขายหุ้นแก่ผู้ถือหุ้นของ CHOW ตามสัดส่วน 95 ล้านหุ้น และอีก 285 ล้านหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไป

ปัจจุบันบริษัทฯมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E)ที่ 5 เท่า ซึ่งบริษัทฯ มีแผนที่จะลด D/E จากการนำ CE เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น โดยจะทำให้ CE มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และใช้เงินลงทุนของตัวเองในการทำธุรกิจ ไม่ต้องพึ่งพาบริษัทแม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับธนาคารเพื่อการส่งออกแห่งประเทศไทย หรือเอ็กซ์ซิมแบงก์ ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่บริษัทฯมีการกู้อยู่ ณ ปัจจุบัน เพื่อให้บริษัทฯ มีการกู้เงินจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรง เพราะมีต้นทุนดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า

นายอนาวิล กล่าวต่อไปอีกว่า ในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีรายได้รวม 3-4 พันล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 50% จากปี 2558 ที่มีรายได้รวม 2.44 พันล้านบาท เนื่องจากยอดขายเหล็กเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าปีนี้จะมีนยอดขายอยู่ที่ 1.5-1.8 แสนตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาซึ่งขายได้ 8 หมื่นตัน เนื่องจากรัฐบาลมีการออกมาตรการทุ่มตลาด (AD) ทำให้การนำเข้าเหล็กจากจีนไม่สามารถทำได้ ส่งผลให้ต้องใช้เหล็กภายในประเทศ โดยในช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายเหล็กอยู่ที่ประมาณ 7-8 หมื่นตัน ประกอบกับราคาเหล็กปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 14-15 บาทต่อกิโลกรัมจากไตรมาสที่ 1/59 ซึ่งราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 13.50 บาทต่อกิโลกรัม

นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้จากการขายกระแสไฟฟ้ามากขึ้น โดยปัจจุบันมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ญี่ปุ่น ซึ่งจำหน่ายกระแสไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์(COD) แล้ว 23.5 เมกะวัตต์ และในช่วงไตรมาส 3 - 4 ของปีนี้จะมีการ COD เพิ่มอีก 5 เมกะวัตต์ ทำให้สิ้นปี 2559 จะมี COD แล้ว 28 เมกะวัตต์ และในปี 2560 บริษัทฯมีแผนร่วมกับบมจ.ราชบุรี โฮลดิ้ง ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มอีก 13 เมกะวัตต์

อีกทั้งปีนี้มั่นใจว่าจะมีกำไรจากปี 2558 ซึ่งมีผลขาดทุนประมาณ 110 ล้านบาท เนื่องจากไตรมาส 1/59 บริษัทฯ มีกำไรแล้ว 48 ล้านบาท และคาดว่าในไตรมาส 2/59 รายได้ของบริษัทฯ จะโตประมาณ 20% จากปีก่อน เนื่องจากปริมาณการขายเหล็กเพิ่มขึ้น และมีรายได้จากการขายไฟเพิ่มขึ้น อีกทั้งในปีนี้บริษัทฯ จะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มอีก 50 เมกะวัตต์ มูลค่าการลงทุนรวม 5 พันล้านบาท แบ่งเป็นโครงการที่บริษัทลงทุนกับบมจ.ราชบุรี โฮลดิ้ง 27 เมกะวัตต์ และที่เหลืออีก 23 เมกะวัตต์บริษัทฯ เป็นผู้ลงทุนเอง โดยจะ COD ได้ปีนี้ 5 เมกะวัตต์ และที่เหลือจะ COD ปีหน้า

ส่วนโครงการการผลิตไฟฟ้าบนหลังคา (โซลาร์รูฟ) ในประเทศไทยจำนวน 7 เมกะวัตต์ คาดว่าจะCOD หมดภายในไตรมาส 3/59 ทำให้สิ้นปี 59 บริษัทฯ จะมีโครงการโซลาร์ฟาร์ม และ โซลาร์รูฟที่ COD แล้ว รวม 35.5 เมกะวัตต์สำหรับงบลงทุนในส่วนของบริษัทฯปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 3.38 พันล้านบาท โดยจะเป็นการใช้เงินทุนของบริษัทฯ ประมาณ 670-680 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะเป็นการกู้จากสถาบันการเงิน

"นโยบายของบริษัทฯมีความชัดเจน โดยเราต้องการขยายและกระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจที่ไม่ได้พึ่งพารายได้จากธุรกิจเหล็กเพียงอย่างเดียว จึงมาลงทุนในธุรกิจพลังงาน"

นายอนาวิล กล่าวต่อไปอีกว่า บริษัทฯมีแผนที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งปัจจุบันมีสัญญาที่จะไปก่อสร้าง 390 เมกะวัตต์ โดยคณะกรรมการของบริษัทฯ อนุมัติให้ลงทุน 25 เมกะวัตต์ มูลค่าการลงทุนประมาณ 1.5 พันล้านบาท แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง เนื่องจากต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลใหม่ของฟิลิปปินส์ก่อนว่าจะมีการผ่อนคลายการลงทุนของบริษัทต่างชาติหรือไม่ ขณะที่ในช่วงปลายปีนี้บริษัทฯมีแผนออกหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 2 พันล้านบาท เพื่อนำเงินไปรีไฟแนนซ์หุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนด และเป็นเงินทุนสำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ญี่ปุ่น

Photo : Pixabay

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,165 วันที่ 12 - 15 มิถุนายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market