
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 29ส.ค. “อ่อนค่าเล็กน้อย” ที่ระดับ 34.04 บาทต่อดอลลาร์
ค่าเงินบาทอาจยังคงแกว่งตัว sideways จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม ระหว่างวันจับตาตลาดหุ้นฝั่งเอเชีย มองกรอบวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.90-34.10 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 29ส.ค. 2567 ที่ระดับ 34.04 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย”จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 33.99 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทยเปิดเผยว่า แนวโน้มของค่าเงินบาท เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทอาจผ่านจุดแข็งค่าสุดในระยะสั้นไปแล้ว
อย่างไรก็ดี เงินบาทก็อาจยังคงแกว่งตัว sideways แถวโซน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยในช่วงระหว่างวันต้องจับตาว่า ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียจะตอบรับกับผลประกอบการของ Nvidia ในช่วงคืนที่ผ่านมาอย่างไร
เพราะหากบรรยากาศในตลาดการเงินฝั่งเอเชีย เผชิญแรงกดดันจากแรงขายหุ้นธีม AI/Semiconductor เหมือนในฝั่งสหรัฐฯ ก็อาจส่งผลกระทบต่อบรรดาสกุลเงินฝั่งเอเชียได้เช่นกัน
โดยเฉพาะในช่วงนี้ ที่ผู้เล่นในตลาดต่างกังวลต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ทำให้เงินหยวนจีน (CNY) มีจังหวะอ่อนค่าลงบ้าง อย่างไรก็ดี ในฝั่งตลาดการเงินไทย ก็อาจได้รับผลกระทบจากภาพดังกล่าวไม่มากนัก เนื่องจาก หุ้นธีม AI/Semiconductor มีสัดส่วนไม่มาก ในตลาดหุ้นไทย
อนึ่ง แม้ว่าเงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าบ้าง แต่เราคงมองว่า การอ่อนค่าของเงินบาทอาจเป็นไปอย่างจำกัด จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม ซึ่งอาจต้องรอลุ้นรายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า ทำให้เงินบาทอาจติดอยู่แถวโซนแนวต้านแรก 34.05-34.10 บาทต่อดอลลาร์ และจะมีโซนแนวต้านถัดไปแถว 34.20 ขณะที่โซนแนวรับของเงินบาทดูจะอยู่ในช่วง 33.90 บาทต่อดอลลาร์ และมีแนวรับถัดไปแถว 33.75-33.80 บาทต่อดอลลาร์
เรายังคงมองว่า เงินบาทยังมีโอกาสเคลื่อนไหวผันผวนไปตาม การเปลี่ยนแปลงไปมาของปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางค่าเงินบาท อย่าง มุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด หรือ การปรับสถานะถือครองเงินดอลลาร์
ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.90-34.10 บาท/ดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่าลงเล็กน้อย ในลักษณะ sideways up (แกว่งตัวในกรอบ 33.98-34.11 บาทต่อดอลลาร์) โดยเงินบาทเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าจากจังหวะแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์
ซึ่งในช่วงคืนที่ผ่านมาเงินดอลลาร์ยังพอได้แรงหนุนอยู่บ้าง หลังบรรยากาศในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ก่อนตลาดรับรู้รายงานผลประกอบการของหุ้นเทคฯ ใหญ่ Nvidia
นอกจากนี้ เงินบาทยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมตามโฟลว์ธุรกรรมซื้อสินค้าโภคภัณฑ์ในจังหวะย่อตัวลง หลังทั้งราคาทองคำและราคาน้ำมันดิบต่างก็มีจังหวะปรับตัวลดลงในช่วงคืนที่ผ่านมา
บรรดาผู้เล่นในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าขายบรรดาหุ้นธีม AI/Semiconductor ก่อนที่จะรับรู้รายงานผลประกอบการของ Nvidia -2.1% (ซึ่งก็ออกมาดีกว่าคาด ทว่าคาดการณ์ผลประกอบการอาจไม่ได้ดีกว่าคาดไปมากนัก ทำให้ราคาหุ้น Nvidia ดิ่งลงกว่า -6.9% หลังตลาดรับรู้รายงานผลประกอบการ)
อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังพอได้แรงหนุนบ้าง จากการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นกลุ่มการเงินและกลุ่ม Healthcae ทำให้โดยรวมดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวลง -1.12% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.60%
ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง +0.33% โดยตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้แรงหนุนจากรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนในช่วงนี้ที่ยังคงออกมาสดใส
อีกทั้งหลายบริษัทก็มีการประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นยุโรปถูกกดดันบ้าง จากการปรับตัวลดลงของหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มเหมืองแร่ หลังราคาน้ำมันดิบและราคาแร่โลหะต่างปรับตัวลดลงในช่วงนี้
ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ โดยรวมแกว่งตัวในกรอบ sideways แถวระดับ 3.83% โดยผู้เล่นในตลาดต่างรอจับตาปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม ทั้งรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของเฟด
โดยเราย้ำมุมมองเดิมว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจมีทิศทางการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะปรับตัวขึ้นหรือลงจนหลุดกรอบ 3.80%-4.00% หลังตลาดรับรู้รายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะสะท้อนว่า เฟดจำเป็นต้องเร่งลดดอกเบี้ย -50bps ในการประชุมเดือนกันยายน หรือ การประชุมครั้งถัดๆ ไป หรือไม่
ทั้งนี้ เราคงมุมมองเดิมว่า จังหวะในการเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวที่ดี คือ เน้นรอ Buy on Dip ในช่วงที่บอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น มากกว่าที่จะไล่ซื้อในช่วงที่บอนด์ยีลด์ได้ปรับตัวลดลง รับรู้มุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายไปมากแล้ว
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย โดยเงินดอลลาร์ยังพอได้แรงหนุนอยู่บ้าง ตามภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ แต่เงินดอลลาร์ก็ยังขาดปัจจัยหนุนเพิ่มเติมในการแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง
ทำให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย สู่ระดับ 101 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 100.8-101.2 จุด) อนึ่ง เราประเมินว่า เงินดอลลาร์ก็อาจแกว่งตัวไร้ทิศทางที่ชัดเจน ก่อนที่ตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า
ในส่วนของราคาทองคำ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค.) เคลื่อนไหวผันผวนไปตามทิศทางเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ในช่วงคืนที่ผ่านมา โดยมีจังหวะย่อตัวลงเข้าใกล้ระดับ 2,530 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่ราคาทองคำจะทยอยปรับตัวขึ้นบ้างเข้าใกล้โซน 2,550 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับวันนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านรายงานคาดการณ์ครั้งที่ 2 ของอัตราการเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาส 2 รวมถึง รายงานข้อมูลยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด
ส่วนในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ผ่านถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB รวมถึง รายงานข้อมูลเศรษฐกิจของยูโรโซน อาทิ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) เดือนสิงหาคม และอัตราเงินเฟ้อ CPI ของเยอรมนี ในเดือนสิงหาคม
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เงินบาทปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 34.02-34.04 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ (10.02 น.) เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 33.99 บาทต่อดอลลาร์ฯ
เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในฝั่งที่อ่อนค่ากว่าแนว 34.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ หลังเปิดตลาดเช้าวันนี้ สอดคล้องกับจังหวะการย่อตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลก ประกอบกับเงินดอลลาร์ฯ มีแรงประคองจากแรงซื้อเพื่อปรับโพสิชั่นในช่วงใกล้สิ้นเดือน
และก่อนการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในคืนนี้ อย่างไรก็ดี กรอบการฟื้นตัวของเงินดอลลาร์ฯ ยังเป็นไปอย่างจำกัดท่ามกลางแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งถูกย้ำด้วยถ้อยแถลงของประธานเฟดสาขาแอตแลนติกที่กล่าวว่า ถึงเวลาที่จะมีการปรับลดดอกเบี้ยแล้ว แม้จะยังต้องติดตามดูข้อมูลเพื่อให้มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นก็ตาม
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 33.95-34.15 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลก ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ประกอบด้วย จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2567 (ครั้งที่ 2) และยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนก.ค.







