
ค่าเงินบาทปิดตลาดวันที่ 1ส.ค.ที่ระดับ 35.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ค่าเงินบาทยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากการแข็งค่าของเงินเยน และสถานะฟันด์โฟลว์ไหลเข้าตลาดพันธบัตรไทย กรอบการเคลื่อนไหวในวันพรุ่งนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 35.45-35.75 บาทต่อดอลลาร์
เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 4 เดือนครึ่งที่ 35.43 ก่อนจะกลับมาปิดตลาดที่ระดับ 35.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 35.65 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เงินบาทแข็งค่าในช่วงแรกท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ รับผลการประชุมเฟด ซึ่งประธานเฟดส่งสัญญาณว่า อาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม FOMC ครั้งหน้าในเดือนก.ย. หากอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังคงชะลอตัวลงตามที่ประเมินไว้
นอกจากนี้ เงินบาทยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากการแข็งค่าของเงินเยน และสถานะฟันด์โฟลว์ไหลเข้าตลาดพันธบัตรไทย อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงแข็งค่า และอ่อนค่ากลับมาบางส่วนตามการปรับตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลก และ
ทิศทางของค่าเงินเยนที่กลับมาอยู่ในฝั่งอ่อนค่ากว่าแนว 150 เยนต่อดอลลาร์ฯ สำหรับทิศทางฟันด์โฟลว์ในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 7,957 ล้านบาท แต่ขายสุทธิหุ้นไทย 206.51 ล้านบาท
ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม จากเว็บไซต์ ธปท. อยู่ที่ -26.87 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ -23.64 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า)
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 35.45-35.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ การปรับตัวของราคาทองคำในตลาดโลก และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน และเครื่องชี้ตลาดแรงงานอื่นๆ เดือนก.ค. รวมถึงยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนมิ.ย.







