thansettakij
thansettakij
ค่าเงินบาทปิดตลาดวันที่ 12ก.ค.ที่ระดับ 36.18 บาทต่อดอลลาร์

ค่าเงินบาทปิดตลาดวันที่ 12ก.ค.ที่ระดับ 36.18 บาทต่อดอลลาร์

12 ก.ค. 67 | 11:35 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ก.ค. 67 | 11:41 น.

ค่าเงินบาทขยับแข็งค่าขึ้น สวนทาง Sentiment ของเงินดอลลาร์ กรอบการเคลื่อนไหวในสัปดาห์หน้า 15-19 ก.ค. ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 36.00-36.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ แนะติดตาม 6ปัจจัยสำคัญ

เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือนครึ่ง ที่ระดับ 36.07 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนจะกลับมาปิดตลาดที่ระดับ 36.18 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวันก่อนหน้าที่ 36.27 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เงินบาทขยับแข็งค่าขึ้น สวนทาง Sentiment ของเงินดอลลาร์ฯ ที่ยังคงถูกกดดันจากการปรับมุมมองของตลาดมาเพิ่มน้ำหนักความเป็นไปได้ของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุม FOMC รอบเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ นอกจากนี้เงินบาทยังได้รับแรงหนุนจากทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งในวันนี้ซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทย 14.38  ล้านบาท และ 4,031 ล้านบาท ตามลำดับ

ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 12 กรกฎาคม 2567 จากเว็บไซต์ ธปท. อยู่ที่ -27.66 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ -24.73 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า)

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์หน้า (15-19 ก.ค.) ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 36.00-36.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่

1.ทิศทางเงินทุนต่างชาติ

2.สถานการณ์สกุลเงินในภูมิภาค 3.ถ้อยแถลงของประธานเฟดและเจ้าหน้าที่เฟดท่านอื่น

3.ผลการประชุม ECB

4.ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์กเดือนก.ค. ยอดค้าปลีก ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนก.ค. รายงาน Beige Book ของเฟด และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

5.นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2567 และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนมิ.ย. ของจีน

6.รวมถึงอัตราเงินเฟ้อเดือนมิ.ย. ของอังกฤษยูโรโซน และญี่ปุ่น