
ค่าเงินบาทปิดตลาดวันที่ 11ก.ค. “แข็งค่า”ที่ระดับ 36.25 บาทต่อดอลลาร์
ค่าเงินบาทแข็งค่าสอดคล้องกับสกุลเงินเอเชียนอื่นๆพร้อมมีแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก แนะติดตามปัจจัยสำคัญในวันพรุ่งนี้ “ทิศทางเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์สกุลเงินในภูมิภาค ตัวเลขการส่งออกของจีนเดือนมิ.ย. -ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ”
เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 36.25 บาทต่อดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 36.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ ทั้งนี้เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบประมาณ 1 เดือนครึ่งที่ 36.22 บาทต่อดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดนับตั้งแต่ 23 พ.ค. 2567
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เงินบาทแข็งค่าสอดคล้องกับสกุลเงินเอเชียนอื่นๆ ประกอบกับยังมีแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่ Sentiment ของเงินดอลลาร์ฯ ยังไม่ได้ฟื้นกลับมามากนัก หลังตลาดตีความถ้อยแถลงของประธานเฟดว่าเป็นสัญญาณที่สะท้อนออกมาในเชิง Dovish สำหรับทิศทางฟันด์โฟลว์ในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 584.06 ล้านบาท ขณะที่ Net Flows ในตลาดพันธบัตร การซื้อ-ขายสุทธิออกมาสมดุลกัน
ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 11 กรกฎาคม 2567 จากเว็บไซต์ ธปท. อยู่ที่ -28.09 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ -24.64 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า)
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 36.10-36.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์สกุลเงินในภูมิภาค ตัวเลขการส่งออกของจีนเดือนมิ.ย. และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ประกอบด้วย ข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมิ.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนก.ค.







