thansettakij
thansettakij
ค่าเงินบาทอ่อนค่ามาปิดตลาดวันที่ 14มิ.ย.ที่ระดับ 36.72 บาทต่อดอลลาร์

ค่าเงินบาทอ่อนค่ามาปิดตลาดวันที่ 14มิ.ย.ที่ระดับ 36.72 บาทต่อดอลลาร์

14 มิ.ย. 67 | 12:27 น.
อัปเดตล่าสุด :14 มิ.ย. 67 | 12:36 น.

ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงสอดคล้องกับสกุลเงินเอเชีย และเงินเยนซึ่งอ่อนค่าลงหลัง BOJ มีมติคงดอกเบี้ย  กรอบการเคลื่อนไหวในสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 17-21มิ.ย.2567 ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 36.50-37.00 บาทต่อดอลลาร์

เงินบาทอ่อนค่ามาปิดตลาดที่ระดับ 36.72 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 36.66 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า  เงินบาทอ่อนค่าลงสอดคล้องกับสกุลเงินเอเชีย และเงินเยนซึ่งอ่อนค่าลงหลัง BOJ มีมติคงดอกเบี้ยและปริมาณการซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นที่ระดับเดิม ขณะที่แผนการลดการซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นนั้น แม้ BOJ จะมีการส่งสัญญาณเตรียมดำเนินการ แต่ก็จะเปิดเผยรายละเอียดในการประชุมเดือนก.ค. อีกครั้ง

นอกจากนี้ ตลาดในประเทศยังรอติดตามสถานการณ์ทางการเมืองของไทยในสัปดาห์หน้าด้วยเช่นกัน สำหรับทิศทางฟันด์โฟลว์ในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทย 714.12 ล้านบาท และ 232 ล้านบาท ตามลำดับ

ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 14 มิถุนายน 2567 จากเว็บไซต์ ธปท. อยู่ที่ -28.56 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ -25.50 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า)

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 17-21มิ.ย.2567 ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 36.50-37.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ปัจจัยทางการเมืองของไทย และสัญญาณเกี่ยวกับดอกเบี้ยสหรัฐฯ จากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีก การผลิตภาคอุตสาหกรรม ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านและยอดขายบ้านมือสองเดือนพ.ค. รวมถึงตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนพ.ค. และผลการประชุมของธนาคารกลางอังกฤษ ตัวเลขเศรษฐกิจเดือนพ.ค. และการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ของจีน รวมถึงดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนมิ.ย. ของญี่ปุ่น อังกฤษ ยูโรโซนและสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน