thansettakij
thansettakij
บล.กสิกรไทยคาดSETสัปดาห์หน้าอยู่ในกรอบ 1,325-1,360 จุด

บล.กสิกรไทยคาดSETสัปดาห์หน้าอยู่ในกรอบ 1,325-1,360 จุด

08 มิ.ย. 67 | 01:04 น.
อัปเดตล่าสุด :08 มิ.ย. 67 | 01:19 น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยแนะจับตา! ผลการประชุม 3ธนาคารกลาง “เฟด กนง. บีโอเจ”ในสัปดาห์หน้าระหว่าง 10-14 มิ.ย. KBANKประเมินเงินบาทเคลื่อนไหวที่ระดับ 36.20-36.80 บาทต่อดอลลาร์-บล.กสิกรไทยคาดSETอยู่ในกรอบ 1,325-1,360 จุด

เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 36.33 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนจะอ่อนค่ากลับมาบางส่วนช่วงปลายสัปดาห์  •ในวันศุกร์ที่ 7 มิ.ย. 2567 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ระดับ 36.51 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 36.79 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (31 พ.ค. 67)

สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 3-7 มิ.ย. 2567 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 6,045 ล้านบาท แต่มีสถานะเป็น Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 2,415 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 3,028 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 613 ล้านบาท)

• ธนาคารกสิกรไทยมองสัปดาห์ถัดไป (10-14 มิ.ย.) กรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 36.20-36.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ ดัชนี SET(ในวันศุกร์ที่ 7 มิ.ย. 2567 ) ปิดที่ระดับ 1,332.74 จุด ลดลง 0.96% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน

บล.กสิกรไทยคาดSETสัปดาห์หน้าอยู่ในกรอบ 1,325-1,360 จุด

ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 42,637.72 ล้านบาท ลดลง 7.86% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 3.12% มาปิดที่ระดับ 368.08 จุด 

ทั้งนี้หุ้นไทยแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี 6 เดือนที่ 1,325.71 จุดในระหว่างสัปดาห์ ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ อย่างไรก็ดี กรอบการปรับขึ้นยังจำกัด เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังในการลงทุนระหว่างรอติดตามผลการประชุมเฟดและการประชุมกนง. ในสัปดาห์หน้า  โดยบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด(บล.) มองสัปดาห์หน้า(10-14มิ.ย.)ว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,325 และ 1,310 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,345 และ 1,360 จุด ตามลำดับ

บล.กสิกรไทยคาดSETสัปดาห์หน้าอยู่ในกรอบ 1,325-1,360 จุด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมิน ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมนโยบายการเงิน ตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐฯ และ dot plot ของเฟด (11-12 มิ.ย.) ผลการประชุม กนง.และสัญญาณดอกเบี้ยของไทย (12 มิ.ย.) และผลการประชุม BOJ (13-14 มิ.ย.)

ตลอดจนทิศทางเงินทุนต่างชาติ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนพ.ค. ของจีนและสหรัฐฯ รวมถึงตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิ.ย. ของสหรัฐฯ