thansettakij
thansettakij
‘วิรไท’ ย้ำพันธกิจแบงก์ชาติ หนุนการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจเติบโตยั่งยืน

‘วิรไท’ ย้ำพันธกิจแบงก์ชาติ หนุนการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจเติบโตยั่งยืน

07 มิ.ย. 59 | 07:30 น.
ผู้ว่าการธปท.ยํ้าโจทย์ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อโตอย่างยั่งยืนแข่งขันได้และมีรากฐานมั่นคง ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องร่วมกันยกระดับศักยภาพของไทยในระยะยาว ซึ่งสำคัญกว่าตัวเลขจีดีพีระยะสั้น ขณะที่พันธกิจแบงก์ชาติยังเดินนโยบายการเงินอยู่ “ในทิศทางผ่อนปรน” ระยะข้างหน้า พร้อมสาน 3 แผนงานหลักหนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจ

ดร. วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยในงาน Krungsri Business Forum 2016: Thailand’s Opportunity ในหัวข้อ "บทบาทของ ธปท. ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ โดยกล่าวถึงแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินในระยะข้างหน้าว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างช้าๆ และแรงกดดันเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ นโยบายการเงินจะอยู่ในทิศทางผ่อนปรนเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันต้องไม่ลืมว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐและเอกชนจะต้องร่วมกันยกระดับ ศักยภาพของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว โจทย์เรื่องการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทยเพื่อให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน แข่งขันได้ และมีรากฐานที่มั่นคง สำคัญกว่าตัวเลข เศรษฐกิจในระยะสั้นมาก พันธกิจของธปท.ที่จะมีส่วนช่วยสนับสนุนกระบวนการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ได้แก่ การพัฒนาระบบการเงินไทย ซึ่งจะ เป็น รากฐานที่สำคัญต่อการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ ในอนาคต

สำหรับหลักการและเป้าหมายของแผนพัฒนาระบบการเงินไทย 3 แผนหลักในขณะนี้ซึ่งประกอบด้วย แผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่ 3 (พ.ศ. 2559 - 2563) แผนกลยุทธ์ระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 - 2563) และแผนแม่บทเงินทุนเคลื่อนย้ายระยะที่ 2 (พ.ศ. 2558 - 2560) แผนแรก ได้แก่ แผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่ 3 (พ.ศ. 2559 –2563) หรือ Financial Sector Master Plan: FSMP 3 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินมีจุดมุ่งหมายที่จะส่งเสริมการแข่งขันในระบบการเงินไทย เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายมากขึ้นของ ผู้ใช้บริการทางการเงินในราคาที่เป็นธรรม ตลอดจนสนับสนุนการค้าการลงทุนในภูมิภาค ภายใต้การกำกับดูแลสถาบันการเงินที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งแนวคิดของแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน คือ สนับสนุนให้ระบบการเงินไทย "แข่งได้ เข้าถึง เชื่อมโยง และยั่งยืน"

ภายใต้แผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินนั้น ธปท.คาดหวังที่จะเห็นการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินอย่างต่อเนื่องในอีก 5 ปีข้างหน้า ทั้งจากผู้ให้บริการปัจจุบันและผู้เล่นรายใหม่ โดยเฉพาะผู้ให้บริการทางการ เงินแบบอิเล็กทรอนิกส์นวัตกรรมทางการเงินจะช่วยเพิ่มช่องทางและขยายโอกาสการเข้าถึง แหล่งเงินทุนของธุรกิจกลุ่มใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ นวัตกรรมทางการเงินจะช่วยส่งเสริมการแข่งขันและเพิ่มประสิทธิภาพของตัวระบบสถาบันการเงินไทยเองด้วย อีกทั้งสนับสนุนให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเข้าถึงบริการพื้นฐานทางการเงินโดยไม่มีอุปสรรคในราคาที่เป็นธรรมพร้อมสนับสนุนให้สถาบันกานเงินนำหลักการของธนาคารเพื่อความยั่งยืนมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น

อีกมิติหนึ่งคือ การพัฒนาความเชื่อมโยงทางการเงินกับเศรษฐกิจภูมิภาคโดยสนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์ไทยขยายบริการทางการเงินไปยังประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเพื่อสนับสนุนการค้าและการลงทุนที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศจะส่งเสริมให้ใช้ไทยเป็นฐานในการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจภูมิภาค ขณะเดียวกันธปท.ส่งเสริมให้ใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการชำระค่าสินค้าและบริการระหว่างประเทศเพื่อลดต้นทุน ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของสกุลเงินหลัก

แผนที่ 2 ได้แก่ แผนกลยุทธ์ระบบการชำระเงิน (Payment Systems Roadmap) พ.ศ. 2560 - 2563 ซึ่งจะพัฒนาให้ธุรกรรมการชำระเงินมีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผ่านเทคโนโลยีและ นวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ ลดการใช้เงินสด ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนของการดำเนินธุรกิจ ยกมาตรฐานธรรมาภิบาลของประเทศ และสนับสนุนการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ๆ จุดมุ่งหมายหลัก คือ การสร้างระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงหลายช่องทาง ทั้งที่ผ่าน โทรศัพท์มือถือ บัตรเดบิต/เครดิต และกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ และมีอัตราค่าธรรมเนียมที่ต่ำ นอกจากนี้ ธปท.จะตกลงความ ร่วมมือกับธนาคาร กลางอื่นๆ ในภูมิภาค เพื่อให้ระบบการชำระเงินของภูมิภาคเชื่อมโยงกันมากขึ้น ซึ่งจะเอื้อต่อการค้าการลงทุน การเคลื่อนย้ายของแรงงาน และการท่องเที่ยวภายในภูมิภาคในระยะยาว

ภายใต้โครงการ National e-Payment ธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับรัฐบาล ต้องการผลักดันให้เศรษฐกิจไทยก้าวสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิตอล เริ่มแรกผ่านการสร้างโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินแบบ Any ID และการส่งเสริมการใช้บัตรเดบิตในการชำระเงิน โครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานถูกออกแบบให้เปิดกว้างรองรับผู้ให้บริการหลากหลายประเภทเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน ระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์จะช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายของธุรกรรมการชำระเงิน ซึ่งจะสร้างแรงจูงใจให้ ประชาชนหันมาใช้ช่องทางการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้เงินสด ช่วยลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพของทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจและภาคธนาคาร ทั้งนี้ แนวทางการพัฒนาระบบการชำระเงินจะยึดถือมาตรฐานความปลอดภัยตามหลักสากลอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ประชาชนมั่นใจที่จะใช้บริการ นอกจากนี้ ธปท.ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน ให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติสากล โดยธปท.จะมีหน้าที่กำกับดูแลผู้ให้บริการการชำระเงินทุกประเภท ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อยู่ในกระบวนการออกกฎหมาย
และนโยบายพัฒนาระบบการเงินไทยเรื่องสุดท้ายคือ แผนแม่บทเงินทุนเคลื่อนย้ายระยะที่ 2 ซึ่งธปท.ได้ประกาศแนวทางเมื่อเดือนเมษายน 2558 และทยอยประกาศการผ่อนคลายกฎเกณฑ์เป็นระยะ ๆ ในช่วงปี 2559 - 2560 วัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความลึกและความกว้างให้กับตลาดการเงินไทย รวมทั้งเพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกรรมและกระจายความเสี่ยงการลงทุนของบุคคลในประเทศและผู้มีถิ่นที่อยู่นอก ประเทศ นอกจากนี้ ธปท.ได้ผ่อนคลายกฎเกณฑ์การประกอบธุรกิจของศูนย์บริหารเงิน (Corporate Treasury Center) เพื่อสนับสนุนให้บริษัทไทยและต่างชาติมาตั้งศูนย์บริหารเงินและ Regional International Headquarter ในประเทศไทย ปัจจุบัน มีบริษัทต่างชาติที่ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์บริหารเงินทั้งสิ้น 13 ราย

สำหรับภาคเศรษฐกิจจริง คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยมีแรงส่งหลักจากการใช้จ่ายภาครัฐและภาคการท่องเที่ยว การส่งออกสินค้าจะยังคงได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของ เศรษฐกิจคู่ค้าและข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของธุรกิจไทย ด้านแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ แต่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลก ภายใต้ภาวะเช่นนี้ นโยบายการเงินจะอยู่ในระดับที่ผ่อนปรนเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพการเงินในระยะยาว นอกจากนี้ ธปท.มีเจตนารมณ์ที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและสภาพแวดล้อมทางการเงินที่จะสนับสนุนการยกระดับศักยภาพของเศรษฐกิจไทยในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบการชำระเงิน บริการทางการเงินใหม่ๆ หรือการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ

ช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจนำมาซึ่งโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ การปรับกลยุทธ์ให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงมีความสำคัญยิ่ง โดยหวังหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราทุกคนจะเดินไปข้างหน้า เพื่อร่วมกันช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและศักยภาพของเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,163 วันที่ 5 - 8 มิถุนายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market