thansettakij
thansettakij
ค่าเงินบาทปิดตลาดวันนี้ 1มี.ค.ที่ระดับ 35.89 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ค่าเงินบาทปิดตลาดวันนี้ 1มี.ค.ที่ระดับ 35.89 บาทต่อดอลลาร์ฯ

01 มี.ค. 67 | 11:55 น.
อัปเดตล่าสุด :01 มี.ค. 67 | 11:59 น.

ค่าเงินบาทกรอบการเคลื่อนไหวในสัปดาห์หน้าวันที่4-8 มี.ค. ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ระดับ35.50-36.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ

เงินบาทอ่อนค่าทดสอบระดับ 36.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในระหว่างวัน ก่อนจะแข็งค่ากลับมาปิดตลาดที่ระดับ 35.89 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 35.87 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เงินบาทแกว่งตัวอยู่ในช่วงประมาณ 35.84-35.99 บาทต่อดอลลาร์ฯ เนื่องจากยังคงขาดปัจจัยใหม่ๆ มาหนุน และตลาดกลับมารอติดตามปัจจัยสำคัญในสัปดาห์ถัดไป

อาทิ สุนทรพจน์ของประธานเฟด (6-7 มี.ค.) และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (8 มี.ค.)

สำหรับทิศทางฟันด์โฟลว์ในวันนี้ แม้นักลงทุนต่างชาติสลับกลับมาซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 2,237 ล้านบาท แต่ยังคงขายสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่องอีก 831 ล้านบาท 

ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 1 มีนาคม 2567 จากเว็บไซต์ ธปท. อยู่ที่ -28.36 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ -25.09 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า)

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์หน้า (4-8 มี.ค.) ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ระดับ 35.50-36.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินลงทุนต่างชาติ ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนก.พ. ของไทย และสุนทรพจน์ของประธานเฟด 
ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคบริการ ข้อมูลจ้างงานภาคเอกชน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนก.พ. ยอดสั่งซื้อภาคโรงงาน ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนม.ค. รายงาน Beige Book ของเฟด 
และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามผลการประชุมนโยบายการเงินของ ECB ตัวเลขการส่งออกเดือนม.ค.-ก.พ.ของจีน รวมถึงดัชนี PMI ภาคบริการเดือนก.พ. ของจีน ญี่ปุ่น และยูโรโซนด้วยเช่นกัน