
ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ 1ก.พ."อ่อนค่า"ที่ระดับ 35.57 บาทต่อดอลลาร์
ค่าเงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ sideways หลังผลการประชุมเฟดล่าสุดกรอบวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.35-35.65 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ 1ก.พ.2567ที่ระดับ 35.57 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง”จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 35.47 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุนธนาคารกรุงไทยระบุว่าแนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า ค่าเงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ sideways หลังผลการประชุมเฟดล่าสุด ก็ไม่ได้ต่างจากที่ผู้เล่นในตลาดคาดหวัง
นอกจากนี้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุด รวมถึงความกังวลปัญหาธนาคารภูมิภาคของสหรัฐฯ ที่เริ่มกลับเข้ามา ก็ยังคงทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างคาดหวังว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้มากกว่า 3 ครั้ง ที่ระบุไว้ใน Dot Plot
อย่างไรก็ดี เรามองว่า เงินบาทอาจเคลื่อนไหวผันผวนได้พอสมควร และมีโอกาสอ่อนค่าลงบ้าง ตามแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงของไทย หลังบรรยากาศในตลาดการเงินกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) แต่โดยรวมเรามองว่า ผู้เล่นในตลาดอาจยังไม่รีบกลับมาเพิ่มสถานะ Short THB (มองเงินบาทอ่อนค่าลง) จนกว่าจะรับรู้รายงานยอดการจ้างงานสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ทำให้เงินบาทก็อาจไม่ได้อ่อนค่าทะลุโซนแนวต้าน 35.70 บาทต่อดอลลาร์ไปได้ง่ายนัก
ทั้งนี้ ควรจับตาผลการประชุม BOE อย่างใกล้ชิด เพราะหาก BOE กลับส่งสัญญาณพร้อมทยอยลดดอกเบี้ยลงได้ เร็วกว่าเฟด ก็อาจยิ่งกดดันให้ เงินปอนด์อังกฤษ (GBP) ผันผวนอ่อนค่าลง และหนุนให้เงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้นต่อได้
นอกจากนี้ เงินบาทก็ยังขาดปัจจัยหนุนฝั่งแข็งค่าอยู่ในช่วงนี้ ทำให้การแข็งค่าของเงินบาทจะเป็นไปอย่างจำกัด และเราคงประเมินให้ โซน 35.30 บาทต่อดอลลาร์ เป็นแนวรับหลักในช่วงนี้ จนกว่าจะมีปัจจัยสนับสนุนเงินบาทที่แข็งค่าชัดเจน
ในช่วงนี้ ความผันผวนของเงินบาทที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ผ่านมา (มองจากกรอบเงินบาทรายสัปดาห์) อย่างเห็นได้ชัด ทำให้เรายังคงคำแนะนำว่า ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และนอกเหนือจากการใช้เครื่องมือดังกล่าว
การเลือกทำธุรกรรมในสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ก็เป็นอีกแนวทางในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจ ซึ่งผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบต้นทุนในการทำธุรกรรมและแผนการป้องกันความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.35-35.65 บาท/ดอลลาร์
โดยในช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนสูงและโดยรวมอ่อนค่าลง (แกว่งตัวในช่วง 35.27-35.62 บาทต่อดอลลาร์) โดยมีจังหวะผันผวนแข็งค่าในช่วงก่อนตลาดรับรู้ผลการประชุมเฟด หลังรายงานยอดการจ้างงานภาคเอกชนโดย ADP และดัชนีต้นทุนการจ้างงาน (Employment Cost Index) ออกมาต่ำกว่าคาด
อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าลงต่อเนื่อง หลังเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25%-5.50% ตามคาด และย้ำจุดยืนไม่รีบลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคม จนกว่าจะมั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% ได้อย่างยั่งยืน ซึ่งมุมมองดังกล่าวได้หนุนให้ เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น พร้อมกับการปรับตัวลดลงของราคาทองคำ
อย่างไรก็ดี ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังรับรู้ผลการประชุมเฟด ก็มีส่วนกดดันให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลง และทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย ซึ่งช่วยชะลอแรงกดดันเงินบาทฝั่งอ่อนค่าได้บ้าง ทำให้เงินบาทยังไม่ได้อ่อนค่าทะลุโซนแนวต้าน 35.50-35.60 บาทต่อดอลลาร์ ไปไกลนัก
บรรยากาศในตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) สอดคล้องกับการปรับตัวลงของสัญญาฟิวเจอร์สก่อนหน้า หลังผู้เล่นในตลาดต่างผิดหวังกับรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทเทคฯ ใหญ่ ทั้ง Alphabet -7.5% และ Microsoft -2.7%
นอกจากนี้ การย้ำจุดยืน “ไม่รีบลดดอกเบี้ย” จนกว่าจะมั่นใจว่าคุมปัญหาเงินเฟ้อได้สำเร็จของเฟด รวมถึงความกังวลต่อปัญหาธนาคารภูมิภาค (Regional Bank) ที่บางธนาคารได้รายงานผลประกอบการที่ขาดทุนหนัก ก็มีส่วนกดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ ส่งผลให้โดยรวมดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ดิ่งลง -2.23% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดตลาด -1.61%
ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย +0.01% โดยตลาดหุ้นยุโรปเผชิญแรงกดดันจากแรงขายหุ้นเทคฯ ที่ปรับตัวลดลงตามหุ้นเทคฯ ในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ
อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้แรงหนุนอยู่บ้าง จากหุ้นส่วนใหญ่ที่รายงานผลประกอบการหรือคาดการณ์ผลประกอบการที่สดใส โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Healthcare เช่น Novo Nordisk +3.6%, GSK +2.0%
ในฝั่งตลาดบอนด์ แม้ว่าเฟดจะย้ำจุดยืนไม่รีบลดดอกเบี้ย ทว่า ผู้เล่นในตลาดบางส่วนต่างก็ยังคงคาดหวังว่า ถ้าเฟดเริ่มลดดอกเบี้ยได้ในการประชุมเดือนพฤษภาคม เฟดก็อาจทยอยลดดอกเบี้ยลงต่อเนื่องในทุกครั้งการประชุม
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่าเงินบาทอ่อนค่าทะลุแนว 35.50 ในช่วงเช้า แต่ก็ปรับตัวกลับมาเคลื่อนไหวที่ระดับประมาณ 35.45-35.47 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ (9.43 น.) เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 35.47 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทและสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชียอ่อนค่าลง
ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นรับสัญญาณจากประธานเฟดที่สะท้อนว่า เฟดจะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนมี.ค. ที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ดี ช่วงขาขึ้นของเงินดอลลาร์ฯ ยังจำกัด เพราะเฟดยังมีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยในรอบการประชุมที่เหลือของปี
สำหรับผลการประชุมเฟดนั้น แม้เฟดจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่กรอบ 5.25-5.50% ตามการคาดการณ์ของตลาด อย่างไรก็ดี เฟดยังคงมีท่าทีกังวลต่อสถานการณ์เงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่แม้จะชะลอลง แต่ก็ยังอยู่สูงกว่าระดับเป้าหมายของเฟด และเงินเฟ้อน่าจะยังไม่เข้าสู่ระดับที่สามารถควบคุมได้ภายในเดือนมี.ค.นี้ ซึ่งทำให้เฟดไม่สามารถระบุอย่างเจาะจงลงไปได้ว่า จะปรับลดดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.นี้...จากผลการประชุมดังกล่าว กระตุ้นให้ตลาดทยอยปรับลดโอกาสความเป็นไปได้ที่จะเห็นเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุม FOMC วันที่ 19-20 มี.ค. นี้ ลงมาที่ 35% และกลับไปเพิ่มโอกาสของการลดดอกเบี้ยในรอบการประชุม 30 เม.ย. – 1 พ.ค. แทน
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 35.40-35.65 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สัญญาณเงินทุนต่างชาติ การตอบรับต่อผลการประชุมเฟด ผลการประชุม BOE อัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค. ของยูโรโซน ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนม.ค. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ รวมถึงดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตเดือนม.ค. และตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ







