
ค่าเงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 35.52 บาทต่อดอลลาร์
เงินบาทแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับทิศทางสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชียท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ อย่างต่อเนื่อง การแข็งค่ายังสอดคล้องกับทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติด้วย กรอบการเคลื่อนไหวในวันพรุ่งนี้ คาดไว้เบื้องต้นที่ 35.40-35.65 บาทต่อดอลลาร์ฯ
เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือนที่ 35.39 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในระหว่างวัน ก่อนจะกลับมาปิดตลาดที่ระดับ 35.52 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับปิดตลาดปลายสัปดาห์ก่อนที่ 35.71 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เงินบาทแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับทิศทางสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชียท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดทยอยลดโอกาสความเป็นไปได้ที่อาจจะเห็นการคุมเข้มด้วยการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งของเฟดในระยะข้างหน้าลงมา
นอกจากนี้ การแข็งค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน (โดยในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 7,484 ล้านบาท แม้ยังคงขายสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่องที่ 861 ล้านบาท)
ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 6 พฤศจิกายน 2566 จากเว็บไซต์ ธปท. อยู่ที่ -30.58 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ -27.52 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า)
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ คาดไว้เบื้องต้นที่ 35.40-35.65 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สัญญาณเงินทุนต่างชาติ ทิศทางสกุลเงินเอเชีย สถานการณ์ในอิสราเอล ท่าทีของเจ้าหน้าที่ระดับสูงชองเฟด ตัวเลขการส่งออกเดือนต.ค. ของจีน และผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางออสเตรเลีย







