thansettakij
thansettakij
แบงก์กรุงเทพหนุนธุรกิจไทยคว้าโอกาสรุกตลาดภูมิภาคอาเซียน

แบงก์กรุงเทพหนุนธุรกิจไทยคว้าโอกาสรุกตลาดภูมิภาคอาเซียน

02 พ.ย. 66 | 12:05 น.
อัปเดตล่าสุด :02 พ.ย. 66 | 12:24 น.

BBL เปิดรับเงินลงทุนทั่วโลกจัดสัมมนาใหญ่ AEC Business Forum 2023 หนุนธุรกิจไทยคว้าโอกาสรุกตลาดภูมิภาคอาเซียน พร้อมตอบโจทย์ลูกค้ายุคดิจิทัลอัดงบไอที 4-6 พันล้านต่อปี

นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ(BBL ) กล่าวเปิดงาน
สัมมนาใหญ่ AEC Business Forum 2023 โดยระบุว่า ธนาคารมีความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของภูมิภาคอาเซียนว่าจะสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

จนก้าวสู่การเป็นเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 4 ของโลกภายในปี 2030 จากข้อมูลของ IMF คาดว่าเศรษฐกิจอาเซียนจะเติบโต 4.2% ในปีนี้และ 4.6% ในปีหน้า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก

ทั้งยังมีศักยภาพที่จะเป็นเป้าหมายการลงทุนที่น่าดึงดูดมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกด้วยความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ จำนวนประชากรกว่า 650 ล้านคน

ซึ่งมีสัดส่วนของวัยแรงงานค่อนข้างสูง อายุเฉลี่ย 15-45ปีซึ่งเป็นกำลังซื้อสำคัญทั้งอยู่ในทำเลที่ดีเข้าถึงตลาดใหญ่อย่างจีนและอินเดียได้ง่าย 
จึงถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะต้องพิจารณาถึงการลงทุนและขยายธุรกิจไปสู่ระดับภูมิภาคมากขึ้นเพื่อตอบรับกับโอกาสทางธุรกิจที่สูงขึ้นเช่นกัน

ธนาคารกรุงเทพ ในฐานะ ‘สถาบันการเงินชั้นนำของภูมิภาค’ ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของอาเซียน ซึ่งพร้อมให้การสนับสนุนลูกค้าอย่างเต็มที่ทั้งในด้านเครือข่ายสาขา300สาขาที่ครอบคลุม 9 จาก 10 ประเทศอาเซียน โดยเฉพาะธุรกิจที่แข็งแกร่งใน 2 ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของภูมิภาค ทั้งอินโดนีเซียที่ดำเนินการผ่านธนาคารเพอร์มาตา (Permata Bank) ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือของเรา และประเทศไทยซึ่งเป็นพื้นที่หลักของธนาคารกรุงเทพที่ดำเนินธุรกิจอย่างแข็งแกร่งมาเกือบ 80 ปี ด้วยบริการทางการเงินหลากหลายครบวงจร รวมถึงเป็นแหล่งข้อมูลและความรู้ที่อัปเดตอย่างต่อเนื่องจะช่วยเปิดมุมมองของการทำธุรกิจและการปรับตัวของผู้ประกอบการไทย ให้ก้าวออกไปคว้าโอกาสใหม่ๆ ที่มีอยู่ทั่วภูมิภาค เพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว” นายชาติศิริ กล่าว

ต่อข้อถามถึงแผนธุรกิจธนาคารกรุงเทพนั้นนายชาติศิริกล่าวว่าธนาคารอยู่ระหว่างการรวบรวมตัวเลขเพื่อทำแผนธุรกิจในปี 2567 โดยมองภาพรวมการเติบโตจะสอดคล้องไปตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ซึ่งสามารถขยายตัวไปได้อย่างมั่งคง 
โดยคาดว่าน่าจะขยายตัวได้ดีกว่าในปี 2566

เนื่องจากเศรษฐกิจภาพรวมที่ฟื้นตัวดีขึ้น และแผนการขยายการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นจะเป็นปัจจัยเข้ามาสนับสนุน โดยเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อในปี 2566 อยู่ในกรอบ 4-6% 

ด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ยังคงอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ แม้จะมีการปรับขึ้นและลงไปตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวม 
ต่อข้อถามงบประมาณลงทุนในระบบเทคโนโลยีหรือไอทีนั้น  ธนาคารกรุงเทพมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับดิจิทัลแบงกิ้งซึ่งไม่ใช่เป็นการลงทุนครั้งเดียวทั้งทยอยปรับระบบการทำงานหลัก (Core Banking)อย่างต่อเนื่องเช่นกัน

นายไชยฤทธิ์   อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้รับผิดชอบกิจการธนาคารต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ(BBL) กล่าวว่า แนวโน้มทางด้านดิจิทัลที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ธนาคารได้มีการพัฒนาระบบทางด้านเทคโนโลยีและไอทีอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เม็ดเงินลงทุนมาอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 4,000-6,000 ล้านบาทต่อปี 
อย่างไรก็ตาม การเข้าซื้อกิจการธนาคารเพอร์มาตาในอินโดนีเซียซึ่งมีความแข็งแกร่งทางด้านดิจิทัลแบงกิ้ง ซึ่งธนาคารกำลังดำเนินการเพื่อพิจารณานำโมเดลหรือจุดเด่นเข้ามาพัฒนาใช้กับธนาคารกรุงเทพ เพื่อสร้างระบบนิเวศการให้บริการของธนาคารเข้าไปฝังอยู่บนไลฟ์สไตล์ของลูกค้าและเชื่อมระบบการชำระเงินได้อย่างไร้รอยต่อ