
ค่าเงินบาท "แข็งค่า" ปิดตลาดที่ระดับ 36.17 บาทต่อดอลลาร์
เงินบาทแข็งค่าขึ้นเช่นเดียวกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย ส่วนทิศทางทิศทางฟันด์โฟลว์ในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิหุ้นไทย แต่เข้าตลาดพันธบัตรไทยต่อเนื่อง
เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ที่ 36.09 ก่อนจะกลับมาปิดตลาดที่ระดับ 36.17 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 36.42 บาทต่อดอลลาร์ฯ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เงินบาทแข็งค่าขึ้นเช่นเดียวกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ ก่อนการรายงานตัวเลข CPI ของสหรัฐฯ
ขณะที่ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดที่ออกมาในสัปดาห์นี้ กระตุ้นให้ตลาดกลับมาประเมินโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ อาจจบรอบการปรับขึ้นไปแล้ว นอกจากนี้การแข็งค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกด้วยเช่นกัน
สำหรับทิศทางทิศทางฟันด์โฟลว์ในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิหุ้นไทย 1,759.75 ล้านบาท แต่ยังคงมีสถานะเป็น Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทยต่อเนื่องอีก 1,869 ล้านบาท
ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 12 ตุลาคม 2566 จากเว็บไซต์ ธปท. อยู่ที่ -31.96 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ -28.95 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า)
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์หน้า คาดไว้ที่ 35.70-36.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สัญญาณเงินทุนต่างชาติ ทิศทางสกุลเงินเอเชีย สถานการณ์ในอิสราเอล และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ
ได้แก่ ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์กและเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนต.ค. ยอดค้าปลีก การผลิตภาคอุตสาหกรรม ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน ยอดขายบ้านมือสองเดือนก.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามอัตราเงินเฟ้อเดือนก.ย. ของยูโรโซน การประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของธนาคารกลางจีน ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/66 และตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ เดือนก.ย. ของจีน ด้วยเช่นกัน







