thansettakij
thansettakij
แบงก์อัดแคมเปญดึงคนใช้Any-ID

แบงก์อัดแคมเปญดึงคนใช้Any-ID

01 มิ.ย. 59 | 06:30 น.
“ขุนคลัง” เปิดโรดแมป สั่งเดินหน้า e-Payment เต็มสูบ 1 ม.ค.2560เปิดใช้ทั่วประเทศ จับตาฟากแบงก์ หลังเคลียค่าฟีไม่ลงตัว ด้านสมาคมแบงก์รุดหารือสมาชิกอีกระลอก ขณะที่แต่ละธนาคารเตรียมอัดแคมเปญดึงคนใช้ Any-ID

[caption id="attachment_57765" align="aligncenter" width="700"] อัตราค่าธรรมเนียมเอทีเอ็มแบบชิป อัตราค่าธรรมเนียมเอทีเอ็มแบบชิป[/caption]

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนตามแผนยุทธศาสตร์National e-Payment ครั้งที่ 3/2559 ว่าระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติพร้อมให้บริการ 100% ตั้งแต่วันที่ 1มกราคม 2560 เบื้องต้นประชาชนและผู้ประกอบการทั่วประเทศสามารถเริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคมนี้ขณะที่กรมสรรพากรอยู่ระหว่างเตรียมแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกว่าระบบ e-Receipt และ e-Tax Invoiceทดแทนการใช้กระดาษ และ e-Receiptคาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ ส่วนโครงการ e-Payment ภาครัฐนั้น คาดว่าจะสามารถให้หน่วยงานภาครัฐรับ-จ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนทางการเงินไม่ตํ่ากว่าปีละ 1หมื่นล้านบาท

ด้านนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)กล่าวว่า นโยบายการปรับบัตรแถบแม่เหล็กเป็นชิปกับรหัส 6 ตัวเป็นมาตรฐานที่จะยกระดับคุณภาพความมั่นคงและปลอดภัยให้กับประชาชน ขณะเดียวกันถ้ามองทิศทางของการพัฒนาระบบการชำระเงินของประเทศในระยะยาวในโครงการ National e-Payment ที่กระทรวงการคลัง ธปท.และสมาคมธนาคารไทยขับเคลื่อนเวลานี้ และโครงการสำคัญอันหนึ่งที่จะส่งเสริมการใช้บัตรเดบิตทั่วประเทศซึ่งเป็นความพยายามเพื่อลดการใช้เงินสด ตามแผนของ e-PaymentRoadmap ขณะเดียวกันเรื่องการปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่กำลังทำทั้งระบบซึ่งทางสมาคมธนาคารไทยมีกรรมการชุดใหญ่ทำเรื่องการคำนวณต้นทุนที่ถูกต้องและพยายามจะลดการชดเชยข้ามผลิตภัณฑ์ซึ่งต้องก้าวข้ามตรงนี้ให้ได้เพื่อประโยชน์ประชาชน ธุรกิจและสถาบันการเงิน

ด้านนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวยอมรับว่า ยังไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องค่าฟี ดังนั้นต้องหารือกันระหว่างสมาชิกเพื่อให้ได้ข้อสรุป

ด้านนายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า กรมสรรพากรจะเริ่มใช้ระบบ e-Payment เข้ามาช่วยให้การคืนภาษีและยื่นภาษีสำหรับให้กับภาคธุรกิจและประชาชน ที่สามารถทำได้ง่ายขึ้น โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 การคืนภาษีโดยเฉพาะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะจ่ายคืนทางอิเล็กทรอนิกส์ 100% โดยจะไม่คืนเป็นเช็คอีก ทำให้ลดระยะเวลาการคืนภาษีให้เร็วขึ้นผ่านการผูกหมายเลขบัตรประชาชนเข้ากับเลขบัญชีธนาคารขณะเดียวกันภาคธุรกิจยังลดการปฏิบัติงานซํ้าซ้อน ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งในอนาคตจะช่วยให้เกิดการเข้าสู่ระบบของธุรกิจ ทั้งผู้ที่จดทะเบียนนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา

นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงกิ้งและนวัตกรรมธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)(บมจ.) กล่าวว่า ลูกค้าสามารถลงทะเบียนผ่านระบบทั้งในส่วนของสาขา ผ่านเครื่องเอทีเอ็ม โมบายแบงกิ้ง และระบบออนไลน์ของธนาคารกรุงศรีได้ โดยคาดว่าจะมีจำนวน 2 ล้านราย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการทำธุรกรรมกับธนาคารค่อนข้างมาก หรือที่เรียกว่ากลุ่ม Heavy User เช่น บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ถือบัตรเดบิต บัตรเครดิตและอื่นๆ เป็นต้น โดยปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์หลัก 10ล้านบัญชี ขณะที่ทั้งระบบมีบัญชีออมทรัพย์ประมาณ 70 ล้านบัญชี และบัตรเดบิตประมาณ 40 ล้านใบ แต่ลูกค้าทั่วไปอาจจะมีโปรแกรมการตลาดที่เสนอหรือส่งเสริมให้ลูกค้าเข้ามาลงทะเบียนกับธนาคาร หรือการกระตุ้นให้ลูกค้ามาใช้บริการธนาคารมากขึ้น ซึ่งหลังจากเปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 15 กรกฎาคมแล้ว ขั้นต่อไปในวันที่ 26 กันยายน ทางภาครัฐที่จะเริ่มทดลองโอนเงินให้กับประชาชน เช่น โอนเงินให้คนชรา เป็นต้น และในวันที่ 31 ตุลาคมจะเป็นการโอนเงินสำหรับบุคคลทั่วไป

นายอาจ วิเชียรเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.ธนาคารกสิกรไทยเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีลูกค้าเข้ามารับการเปลี่ยนบัตรจากแถบแม่เหล็กเป็นชิปการ์ดตามนโยบาย ธปท. แล้วประมาณ 2 แสนใบ จากฐานลูกค้าบัตรเอทีเอ็มและเดบิตที่มีอยู่ 10 ล้านใบ ซึ่งกสิกรไทยยกเว้นการเปลี่ยนบัตรให้ลูกค้าทุกกรณียังไม่กำหนดถึงวันไหน แต่ค่าธรรมเนียมรายปียังคงเก็บปกติขึ้นอยู่กับประเภทของบัตร ส่วนการเปิดรับลงทะเบียน Any-ID ประชาชนสามารถโอนเงินได้ไตรมาสที่ 4/59 โดยเริ่มเปิดรับการผูกบัญชีตั้งแต่วันที่ 15กรกฎาคม โดยประชาชนจะสามารถโอนเงินได้ภายในไตรมาสที่ 4 ซึ่งหลังจากมีการทำธุรกรรมโอนเงินผ่าน Any-ID จะเห็นค่าฟีที่ปรับลดลงค่อนข้างมาก

ส่วนการวางจุดรับชำระหรือเครื่องEDC ผ่านการร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพซึ่งตามแผนจะต้องวางให้ได้ 5 แสนเครื่องคาดว่าจะเป็นไปตามแผนโดยจะเห็นได้ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2560 อย่างไรก็ดี ภายในปีนี้คาดว่าจะสามารถวางเครื่องได้จำนวน 1 แสนเครื่อง โดยปัจจุบันธนาคารมีเครื่อง EDC จำนวน 1.9 แสนเครื่อง จากทั้งระบบมีอยู่ 3.7 แสนเครื่อง

นายกึกก้อง รักเผ่าพันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายเทคโนโลยี บมจ.ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้าที่เป็นบัตรชิปการ์ดจำนวน 6.5 ล้านใบ คาดว่าภายในสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 8 ล้านใบ ขณะเดียวกันธนาคารมีความพร้อมในการรองรับลงทะเบียน Any-ID ซึ่งเชื่อว่าหลังจากลูกค้ามาผูกบัญชีจะทำให้เกิดการแข่งขันของธนาคารพาณิชย์ในการพัฒนาประสิทธิภาพที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากลูกค้าจะเลือกผูกบัญชีที่เป็นธนาคารหลัก ซึ่งเป็นผลดีต่อระบบ ส่วนการวางเครื่อง EDCตามโครงการจะอยู่ที่ 1 แสนเครื่อง ซึ่งยังคงเป็นไปตามแผนที่วางไว้

นายธานี ผลาวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานเทคโนโลยีสารสนเทศบมจ.ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กล่าวว่า ปัจจุบันแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มีฐานลูกค้าประมาณ 1.9 แสนรายโดยจะเน้นฐานลูกค้ารายย่อยของธนาคารเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายก่อน แต่อาจจะมีแคมเปญการตลาดนำเสนอโปรโมชันลูกค้าทั่วไปด้วย เช่น จ่ายบิล-การแจ้งเตือนผ่านข้อความ (SMS) ฟรี เพื่อให้ลูกค้าทั่วไปสนใจที่จะเข้ามาผูกบัญชีกับธนาคาร โดยหลังจากมีการผูกบัญชีผ่าน Any-ID นั้นเชื่อว่าการแข่งขันภาพรวมยังคงรุนแรงต่อเนื่อง เนื่องจากทุกสถาบันการเงินหันมารุกธุรกิจผ่านดิจิตอลกันหมด ซึ่งการแข่งขันจะอยู่บนโทรศัพท์มือถือ ที่เน้นเรื่องความปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,161
วันที่ 29 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market