
เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 34.73 บาทต่อดอลลาร์
เงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้น ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงินเยน หลังธนาคารกลางญี่ปุ่นสร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศขยายกรอบอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของรัฐบาลญี่ปุ่น
เงินบาทแข็งค่ากลับมาปิดตลาดที่ระดับ 34.73 บาทต่อดอลลาร์ฯ (หลังอ่อนค่าผ่านแนว 35.00 ไปแตะจุดที่อ่อนค่าสุดของวันที่ระดับ 35.03 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงแรกท่ามกลางสัญญาณเงินทุนไหลออก และความกังวลเกี่ยวกับโควิดในจีน) เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 34.84 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้น ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงินเยน หลังธนาคารกลางญี่ปุ่นสร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศขยายกรอบอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของรัฐบาลญี่ปุ่นให้สามารถเคลื่อนไหวในกรอบ +/- 0.50% (ซึ่งกว้างกว่าเดิมที่ให้เคลื่อนไหวเพียงในกรอบ +/- 0.25%)
ทั้งนี้ แม้ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นจะกล่าวว่า การขยายกรอบการเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์ดังกล่าว ไม่ใช่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ตลาดก็ตีความว่าเป็นการปรับท่าทีไปในเชิงคุมเข้มของธนาคารกลางญี่ปุ่น
สำหรับทิศทางฟันด์โฟลว์ในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทย 1,737.29 ล้านบาท และ 4,007 ล้านบาท ตามลำดับ
ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 20 ธันวาคม 2565 โดยธปท. อยู่ที่ -34.26 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ -30.25 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า)
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ คาดไว้ที่ 34.50-35.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยที่ต้องติดตามจะอยู่ที่ทิศทางฟันด์โฟลว์ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชีย และตัวเลขยอดขายบ้านมือสองเดือนพ.ย. และ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธ.ค. ของสหรัฐฯ







